รีเทนเนอร์
รอยยิ้มที่ได้มาอย่างยากลำบาก และ 3-4 ปีที่เสียไปกับการจัดฟัน ไม่ควรสูญเปล่าเพียงแค่ละเลยการใส่รีเทนเนอร์ คนที่ผ่านการจัดฟันมาแล้ว คงจะรู้จักอุปกรณ์อย่าง “รีเทนเนอร์” กันเป็นอย่างดี หลังจากถอดเครื่องมือจัดฟันหรือเหล็กดัดฟันออก เนื่องจากฟันที่เพิ่งจัดเสร็จ หรืออยู่ในช่วงหลังสิ้นสุดการรักษา (end of active stage) ได้ไม่นาน มักยังไม่คงที่ดีนัก จึงจำเป็นต้องใช้เวลาให้เอ็นยึดฟันและกระดูกโดยรอบปรับตัวและ “จดจำ” ตำแหน่งใหม่สักระยะ
หากไม่มีรีเทนเนอร์ช่วยคงสภาพไว้ ฟันที่ดัดมาแล้วอาจเคลื่อนที่ได้ แต่ปัญหาคือ หลายคนมักไม่แน่ใจว่าเราต้องใส่รีเทนเนอร์ไปอีกนานแค่ไหน และบางคนถึงกับเลิกใส่รีเทนเนอร์เองโดยยังไม่ได้รับการยืนยันจากทันตแพทย์ เนื่องจากเกิดความอึดอัด รำคาญ หรือส่วนมากมักชอบลืม วางทิ้งไว้ตามที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะร้านอาหารเวลาไปทานข้าวข้างนอก
บทความนี้จะชวนไปตอบทุกคำถามเกี่ยวกับรีเทนเนอร์ รู้จักรีเทนเนอร์แบบต่าง ๆ ที่แนะนำในปัจจุบัน ข้อดีข้อเสีย รวมถึงระยะเวลาการใส่ ต้องใส่ตลอดชีวิตเลยหรือไม่ และวิธีการดูแลรักษารีเทนเนอร์ให้คงสภาพดี เพื่อป้องกันความเสี่ยงฟันล้ม ฟันซ้อน จนอาจจะต้องกลับไปจัดฟันซ้ำอีกในอนาคต
รีเทนเนอร์คืออะไร?
รีเทนเนอร์ (Retainer) คือ อุปกรณ์ที่ใช้ใส่หลังจากจัดฟันเสร็จ เพื่อช่วยคงตำแหน่งของฟันให้อยู่ในแนวที่ถูกต้อง ลดความเสี่ยงของฟันล้ม ฟันซ้อน หรือฟันเคลื่อนกลับตำแหน่งเดิมช่วงหลังสิ้นสุดกาคจัดฟันสักระยะ หากไม่ใส่รีเทนเนอร์ตามคำแนะนำของทันตแพทย์ ฟันที่จัดมาอย่างยาวนานอาจเสียรูปได้ในเวลาไม่นาน จนอาจต้องเริ่มจัดฟันซ้ำอีกครั้ง
รีเทนเนอร์มีแบบไหนบ้าง?
โดยทั่วไป รีเทนเนอร์จะมีอยู่ 2 แบบหลัก ๆ ได้แก่ รีเทนเนอร์แบบใส และ รีเทนเนอร์แบบลวด ซึ่งแต่ละแบบมีข้อดีและข้อจำกัดแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละคน
| ข้อเปรียบเทียบ | รีเทนเนอร์แบบใส(Clear Retainer) | รีเทนเนอร์แบบลวด(Hawley Retainer) |
| ลักษณะภายนอก | มีลักษณะใส ครอบฟันทั้งซี่ ดูสวยงาม | มองเห็นเป็นลวดอยู่ในปาก ผู้ใส่อาจไม่มั่นใจ |
| ความทนทาน | ความทนทานน้อยกว่าอายุการใช้งานประมาณ 6 เดือน – 2 ปี | ทนทานมากกว่าอายุการใช้งานประมาณ 5-10 ปี |
| การปรับแต่ง | ปรับแต่งไม่ได้ หากมีการทำบูรณะครอบฟัน ต้องทำใหม่ | สามารถปรับแต่งได้หากฟันเคลื่อนเล็กน้อย |
| ราคา | ประมาณ 1,000 – 5,000 บาท ต่อชิ้น ขึ้นกับคุณภาพวัสดุ | ประมาณ 1,500 – 3,000 บาท ต่อชิ้น |
| ปัญหาที่พบบ่อย | อาจมีน้ำลายขังในอุปกรณ์ขณะพูด | อาจระคายเคืองเหงือกและกระพุ้งแก้ม |
1. รีเทนเนอร์แบบใส (Clear Retainer)

ทำจากพลาสติกใสที่ขึ้นรูปให้พอดีกับฟันของแต่ละบุคคล มีลักษณะเป็นแผงครอบฟันทั้งซี่ หลังถอดเครื่องมือจัดฟัน ในช่วง 6 เดือนแรก ควรใส่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนอน สามารถถอดออกได้เฉพาะตอนรับประทานอาหาร ดื่มเครื่องดื่มร้อน และแปรงฟัน หรือตามคำแนะนำของทันตแพทย์
รีเทนเนอร์แบบใสมีข้อดีและข้อจำกัดดังนี้
ข้อดีของรีเทนเนอร์แบบใส
- มีลักษณะใส มองเห็นได้ยาก จึงดูสวยงาม มีความมั่นใจเมื่อเข้าสังคม
- ใส่สบาย เพราะครอบพอดีกับฟัน ไม่มีลวดอยู่ในปาก
ข้อจำกัดของรีเทนเนอร์แบบใส
- วัสดุเป็นพลาสติก มีความทนทานน้อยกว่าแบบลวด มีอายุการใช้งานเพียง 6 เดือน- 2 ปี แล้วแต่คุณภาพวัสดุและการใช้งาน
- เมื่อใช้งานไปนาน ๆ อุปกรณ์อาจยืดหลวมขึ้น จำเป็นต้องทำใหม่เรื่อย ๆ
- ช่วงแรกอาจรู้สึกว่ามีน้ำลายขังอยู่ภายในอุปกรณ์ อาจมีปัญหาในขณะพูด
- รีเทนเนอร์ใสที่คุณภาพทนทาน มักราคาแพงกว่าแบบลวดมาก อยู่ที่ประมาณ 5,000 บาท ต่อชิ้น
2. รีเทนเนอร์แบบลวด (Wrap around/Hawley Retainer)
ฐานทำจากอะคริลิกที่ขึ้นรูปให้พอดีกับเพดานปาก และมีลวดโลหะพาดด้านหน้าฟัน ใช้เพื่อยึดตำแหน่งฟันไม่ให้เคลื่อนตัว โดยทั่วไปมักแนะนำให้ใส่ตลอดเวลา ถอดเฉพาะตอนรับประทานอาหาร ทั้งนี้ระยะเวลาการใส่จะขึ้นอยู่กับการประเมินของทันตแพทย์
รีเทนเนอร์แบบลวดมีข้อดีและข้อจำกัดดังนี้
ข้อดีของรีเทนเนอร์แบบลวด
- วัสดุมีความแข็งแรง ทนทาน ไม่เสียหายง่าย มีอายุการใช้งานโดยเฉลี่ยประมาณ 5-10 ปี
- ใส่ค่อนข้างสบาย ไม่มีน้ำลายขัง
- เมื่อรีเทนเนอร์หลวมเล็กน้อย สามารถให้ทันตแพทย์ปรับได้ ไม่ต้องทำชิ้นใหม่
- ราคาต่ำกว่าแบบใส อยู่ที่ประมาณ 1,500-3,000 บาท ต่อชิ้น
ข้อจำกัดของรีเทนเนอร์แบบลวด
- มองเห็นลวดในปาก อาจทำให้ผู้ใส่เกิดความไม่มั่นใจ
- ลวดโลหะอาจทำให้เหงือกและกระพุ้งแก้มระคายเคืองได้ในช่วงแรก ๆ
- ลวดโลหะอาจหลวมจากการง้างตอนถอด-ใส่ได้ แนะนำให้เข้ามาปรับให้กระชับแน่นโดยทันตแพทย์ทุก 6 เดือน
ต้องใส่รีเทนเนอร์ตลอดชีวิตจริงไหม?
อีกหนึ่งคำถามยอดฮิตหลังถอดเครื่องมือจัดฟันคือ “ต้องใส่รีเทนเนอร์ตลอดชีวิตไหม?”
คำตอบคือ ไม่จำเป็นต้องใส่ 24 ชั่วโมงตลอดชีวิต มีเพียงบางเคสที่ซับซ้อนมากเท่านั้นที่อาจต้องใส่นานกว่าปกติ แต่โดยทั่วไป การใส่รีเทนเนอร์ควรมองเหมือน การดูแลตัวเองในระยะยาว มากกว่าจะเป็นข้อบังคับตลอดชีวิต
การจัดฟันคือการจัดตำแหน่งฟันให้สมดุลกับระบบการบดเคี้ยวที่สุด หลังจัดเสร็จ ฟันต้องใช้เวลาเพื่อให้ เอ็นยึดฟันและกระดูกปรับตัวกับตำแหน่งใหม่ โดยทั่วไปจะแบ่งเป็น 2 ระยะ ดังนี้
ช่วงที่ 1 : ระยะล็อกตำแหน่งฟัน (ประมาณ 12–48 เดือนแรก)
ในช่วง 1–4 ปีแรกหลังถอดเครื่องมือ ฟันยังไม่คงที่เต็มที่ เอ็นและกระดูกที่รองรับฟันยังต้องใช้เวลาในการปรับตัว ทันตแพทย์จึงมักแนะนำให้ ใส่รีเทนเนอร์ตลอดเวลา ยกเว้นตอนกินอาหารและแปรงฟัน เพื่อช่วย ล็อกตำแหน่งฟัน และรอให้กระดูกเซตตัว
ช่วงที่ 2 : ระยะดูแลระยะยาว
เมื่อฟันเริ่มคงที่แล้ว สามารถลดเวลาใส่รีเทนเนอร์ได้ เช่น ใส่เฉพาะตอนนอน หรือในบางรายอาจใส่เพียง 10–15 นาทีต่อวัน
อย่างไรก็ตาม ฟันของเรามีการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติได้ตลอดชีวิต ดังนั้นการใส่รีเทนเนอร์เป็นระยะ ๆ จะช่วยลดความเสี่ยงที่ฟันจะเคลื่อนกลับได้ดีที่สุด
ถ้าลืมใส่รีเทนเนอร์หรือหยุดใส่เอง จะเกิดอะไรขึ้น?
หลังถอดเครื่องมือจัดฟัน ฟันยังมีโอกาสเคลื่อนกลับได้ โดยเฉพาะในช่วงปีแรก หากไม่ใส่รีเทนเนอร์สม่ำเสมอ อาจเกิดผลตามมา เช่น
- ฟันเคลื่อนกลับตำแหน่งเดิม แรงจากเอ็นรอบฟันและแรงใช้งานในชีวิตประจำวัน อาจทำให้ฟันเริ่มเคลื่อนทีละเล็กน้อย
- ฟันซ้อนเกหรือฟันล้ม โดยเฉพาะบริเวณ ฟันหน้าล่าง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เคลื่อนได้ง่ายที่สุด
- การสบฟันเปลี่ยน เมื่อแนวฟันเปลี่ยน อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการเคี้ยว หรือทำให้เกิดอาการเมื่อยกรามได้ อาจต้องกลับมาจัดฟันใหม่
และหากฟันเคลื่อนมากจนรีเทนเนอร์ไม่สามารถแก้ไขได้ อาจต้องกลับมาจัดฟันซ้ำ ซึ่งทำให้เสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย ดังนั้นการใส่รีเทนเนอร์อย่างสม่ำเสมอจึงเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการ รักษาผลลัพธ์ของการจัดฟันให้สวยและคงที่ในระยะยาว
6 วิธีการดูแลรักษารีเทนเนอร์ที่ถูกต้อง

1. ทำความสะอาดรีเทนเนอร์ทุกครั้งหลังถอด
ควรล้างรีเทนเนอร์ทันทีหลังถอดออกจากปาก เพื่อกำจัดคราบน้ำลายและแบคทีเรีย โดยใช้แปรงขนนุ่มร่วมกับสบู่อ่อนหรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสำหรับรีเทนเนอร์ แปรงเบา ๆ แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด ก่อนนำเก็บใส่กล่อง
2. เก็บรีเทนเนอร์ในกล่องทุกครั้งเมื่อไม่ใช้งาน
เมื่อถอดรีเทนเนอร์ ควรเก็บใส่กล่องที่มีฝาปิดและมีช่องระบายอากาศ เพื่อป้องกันการสูญหาย แตกหัก หรือถูกของแข็งทับ ไม่ควรห่อรีเทนเนอร์ด้วยทิชชู่ เพราะอาจเผลอทิ้งหรือทำหายได้ง่าย
3. หลีกเลี่ยงการใส่รีเทนเนอร์ขณะกินอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มร้อน
ควรถอดรีเทนเนอร์ก่อนรับประทานอาหารทุกครั้ง เพื่อป้องกันการแตกหัก คราบอาหารติดสะสม และกลิ่นไม่พึงประสงค์ รวมไปถึงเครื่องดื่มร้อนที่อาจทำให้รีเทนเนอร์เสียรูปได้
4. ไม่ควรล้างด้วยน้ำร้อนหรือสารเคมีที่แรงเกินไป
ไม่ควรล้างหรือแช่รีเทนเนอร์ในน้ำร้อน เพราะความร้อนอาจทำให้รีเทนเนอร์บิดงอ เสียรูป หรือไม่พอดีกับฟัน รวมถึงหลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ แอลกอฮอล์ หรือยาสีฟันที่มีสารขัดสีแรง เพราะอาจทำให้ผิวรีเทนเนอร์สึกหรือขุ่น
5. แช่รีเทนเนอร์ด้วยผลิตภัณฑ์สำหรับรีเทนเนอร์โดยเฉพาะ
บางครั้งทันตแพทย์จะแนะนำให้แช่รีเทนเนอร์ด้วยเม็ดฟู่หรือผลิตภัณฑ์เฉพาะ เพื่อทำความสะอาด ขจัดคราบหินปูนและแบคทีเรีย ซึ่งควรปฏิบัติตามที่ทันตแพทย์แนะนำเท่านั้น และไม่ควรแช่บ่อยจนเกินไปหรือแช่ทุกวัน เพราะอาจทำให้พลาสติกเสื่อมสภาพ เร่งการกัดกร่อนลวด และส่งผลให้รีเทนเนอร์ผิดรูป บิดเบี้ยว หรือเปลี่ยนสีได้
6. พบทันตแพทย์เพื่อตรวจเช็ครีเทนเนอร์เป็นประจำ
เมื่อเราใส่รีเทนเนอร์ไปนาน ๆ รีเทนเนอร์อาจหลวม คับ แตก บิดงอได้ จึงควรหมั่นไปตรวจเช็คเพื่อให้ทันตแพทย์แนะนำการปฏิบัติต่าง ๆ หรือหากใส่แล้วรู้สึกเจ็บผิดปกติ ควรรีบพบทันตแพทย์เพื่อปรับหรือทำใหม่ ไม่ควรฝืนใส่เองเด็ดขาด เพราะอาจเกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมา เช่น ลวดขูดช่องปากเป็นแผล เป็นต้น
4 ข้อควรระวัง! ที่คนใส่รีเทนเนอร์ควรจำไว้เสมอ
1. ลืมใส่รีเทนเนอร์บ่อย
ช่วงแรกหลังถอดเครื่องมือจัดฟันเป็นช่วงที่ฟันยังไม่คงที่ หากลืมใส่รีเทนเนอร์บ่อย ๆ แม้จะเพียงไม่กี่วันก็ตาม ฟันจะเคลื่อนตัวได้ง่าย
2. ใส่รีเทนเนอร์แค่บางวัน ใส่บ้าง ไม่ใส่บ้าง
การใส่รีเทนเนอร์ไม่สม่ำเสมอ จะทำให้ฟันเคลื่อนเข้า-ออกซ้ำ ๆ ส่งผลให้รีเทนเนอร์เริ่มแน่นหรือคับ และเพิ่มความเสี่ยงฟันล้ม
3. ทำรีเทนเนอร์หายหรือแตกแล้วไม่รีบทำใหม่
หากรีเทนเนอร์หาย แตก หรือเสียรูป ควรรีบพบทันตแพทย์เพื่อทำใหม่โดยเร็ว เพราะยิ่งปล่อยไว้นาน ก็ยิ่งเสี่ยงที่ฟันจะเสียรูปตาม
4. ไม่ทำความสะอาดรีเทนเนอร์เป็นประจำ
รีเทนเนอร์ที่ไม่สะอาดจะกลายเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย ส่งผลให้เกิดกลิ่นปาก เพิ่มความเสี่ยงฟันผุและเหงือกอักเสบ รวมถึงทำให้รู้สึกไม่สบายขณะใส่อีกด้วย
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรีเทนเนอร์
Q1: ลืมใส่รีเทนเนอร์แค่ 1-2 วัน ฟันจะล้มไหม?
ตอบ : หากลืมใส่รีเทนเนอร์ไป 1-2 วัน ในบางคนอาจเริ่มรู้สึกแน่นหรือคับเมื่อใส่กลับอีกครั้ง แต่อาจจะยังไม่ถึงกับฟันล้มทันที สิ่งสำคัญคือพยายามอย่าให้เกิดบ่อย ๆ เพราะการไม่ใส่รีเทนเนอร์อย่างสม่ำเสมอ ใส่บ้าง ไม่ใส่บ้าง มีโอกาสทำให้ฟันเคลื่อน ทางที่ดีควรใส่ให้สม่ำเสมอ
Q2: รีเทนเนอร์แบบใส กับ รีเทนเนอร์แบบลวด แบบไหนดีกว่ากัน?
ตอบ : ไม่มีแบบไหนที่ดีที่สุดมากกว่ากัน เพราะรีเทนเนอร์ทั้งสองแบบก็มีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกันไป อาจจะต้องพิจารณาตามเงื่อนไขต่าง ๆ ของแต่ละบุคคล หรือตามที่ทันตแพทย์แนะนำ
Q3: รีเทนเนอร์ชำรุด แตก หรือหาย หาซื้อใหม่ตามร้านค้าทั่วไปได้ไหม?
ตอบ : ไม่ควรอย่างยิ่ง ทางที่ดีที่สุดควรไปพบทันตแพทย์ที่ดูแลเราตั้งแต่ตอนจัดฟัน หรือหากไม่สะดวกก็ควรไปทำใหม่ที่คลินิกทำฟันที่ได้มาตรฐานซึ่งทำโดยทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น และเมื่อรีเทนเนอร์แตกหรือหาย ควรไปพบทันตแพทย์โดยเร็ว ไม่ควรปล่อยไว้นาน เพื่อลดความเสี่ยงฟันเคลื่อน ฟันล้ม
Q4: ใส่รีเทนเนอร์แล้วเจ็บหรือแน่นผิดปกติ ควรทำอย่างไร?
ตอบ : หากเจ็บหรือแน่นมากผิดปกติ ไม่ควรฝืนใส่ต่อ และไปปรึกษาทันตแพทย์ เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุ หรือปรับแต่งรีเทนเนอร์ให้พอดี
Q5: ทำไมรีเทนเนอร์ใส 1 คู่ ราคาต่างกันมาก มีตั้งแต่ 2,000 – 10,000 บาท?
ตอบ : รีเทนเนอร์ใสไม่ได้เป็นแค่ “พลาสติกใส” เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ รีเทนเนอร์ราคาทั่วไปมักทำจาก พลาสติกแผ่นธรรมดา คล้ายพลาสติกเคลือบบัตร จึงอาจแข็ง เปราะ หรือแตกง่าย ซึ่งสามารถใช้ชั่วคราวประมาณ 1–4 เดือน
ในขณะที่รีเทนเนอร์ระดับพรีเมียม เช่น Essix หรือ Vivera ใช้วัสดุ multi-layer plastic (ประมาณ 2–4 ชั้น) ที่ออกแบบให้บางและใส่สบาย ยืดหยุ่นสูง ทนต่อการแตกหัก และอาจบิดงอได้แต่คืนรูปเดิมได้ดี
ดังนั้นราคาจึงแตกต่างกันมาก ด้วยเทคโนโลยีวัสดุ ความแม่นยำในการผลิต และความทนทานในการใช้งานระยะยาว
สรุป
การใส่รีเทนเนอร์เป็นขั้นตอนสำคัญที่คนจัดฟันเสร็จแล้วมักละเลยไป อาจจะเนื่องด้วยความที่ต้องใส่ ๆ ถอด ๆ อยู่เสมอ บางครั้งอาจรำคาญใจ หรือหลงลืมได้ง่าย อย่างไรก็ตามผลกระทบของการไม่ใส่รีเทนเนอร์หลังจัดฟันอาจไม่ใช่ปัญหาถึงขั้นคอขาดบาดตาย แต่มักจะตามมาด้วยการเสียเวลาและค่าใช้จ่ายซ้ำโดยใช่เหตุ
ดังนั้น หากเราเลือกรูปแบบของรีเทนเนอร์อย่างเหมาะสม หมั่นปฏิบัติตามที่ทันตแพทย์แนะนำได้อย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นการดูแลรักษาทำความสะอาดรีเทนเนอร์และช่องปากอย่างถูกวิธี การใส่รีเทนเนอร์อย่างสม่ำเสมอ ไม่ลืมบ่อย ๆ และไปตรวจเช็คเป็นประจำนั้น จะช่วยคงตำแหน่งฟันให้สวยงามและลดโอกาสฟันล้ม
ที่ Belix Dental Clinic มีบริการตรวจติดตามผลหลังการจัดฟัน พร้อมให้คำแนะนำเรื่องการเลือกและดูแลรีเทนเนอร์อย่างเหมาะสม เพื่อช่วยรักษาผลลัพธ์ของรอยยิ้มให้คงความสวยงามและมีสุขภาพช่องปากที่ดีอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คุณไม่ต้องกลับมาแก้ปัญหาฟันซ้ำอีกในอนาคต
👩⚕️Expert Insight by ทพญ.พิชญา วัฒนไกร
หากเปรียบเทียบกับร่างกาย ถ้าเราอยากมีรูปร่างดี เราก็ต้องคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไม่ต้องทำตลอดเวลา แต่ทำเพียงวันละ 20-30 นาทีก็ช่วยรักษาหุ่นของเราได้
เช่นเดียวกับการจัดฟัน ถ้าเราอยากให้ฟันเรียงสวยในระยะยาว การใส่รีเทนเนอร์วันละช่วงสั้น ๆ ก็เหมือนเราได้บริหารฟันในแต่ละวัน เพราะรีเทนเนอร์เป็นการดูแลตลอดชีวิต แต่ไม่ต้องตลอดวัน เพียง 10-15 นาทีต่อวัน หรือเฉพาะตอนนอน หรือจนกว่าจะถึงวันที่เราเลือกจะปล่อยฟัน ไม่ได้ต้องการให้ฟันเรียงสวยแล้ว ก็สามารถหยุดใส่รีเทนเนอร์ได้เช่นกัน
👉 นัดปรึกษาเพื่อประเมินแผนการรักษาเฉพาะบุคคลได้เลยวันนี้
⏰ เปิดทำการทุกวัน เวลา 10.00–20.00 น.
📍 พิกัดคลินิก : https://maps.app.goo.gl/m1LHmtfitXLkKobk8
📞โทร : 094-982-6268
ข้อมูลทางการแพทย์ในบทความนี้ ได้รับการตรวจสอบโดย
ทพญ. พิชญา วัฒนไกร
ทันตแพทย์ด้านจัดฟัน, Invisalign Platinum Provider และผู้ก่อตั้ง Belix Dental