Skip to main content

เคลือบฟลูออไรด์

เขียนโดย Belixdental

การเคลือบฟลูออไรด์เป็นหนึ่งในวิธีดูแลฟันที่นิยมทำกัน เพื่อช่วยป้องกันฟันผุและเสริมความแข็งแรงให้เคลือบฟัน ที่สามารถทำได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ช่วงเวลาหลังการเคลือบฟลูออไรด์มีผลต่อประสิทธิภาพของการรักษาโดยตรง หากดูแลไม่ถูกต้อง ฟลูออไรด์อาจออกฤทธิ์ได้ไม่เต็มที่ ในขณะที่หลาย ๆ คนยังไม่รู้ว่า หลังเคลือบฟลูออไรด์ควรดูแลตัวเองอย่างไร กินอะไรได้หรือไม่ได้ และต้องระวังอะไรบ้าง

บทความนี้จะพาไปเจาะลึกเกี่ยวกับการเคลือบฟลูออไรด์ ใครที่ควรทำ ข้อห้ามต่าง ๆ ไปจนถึงวิธีดูแลฟันให้ได้ผลดีที่สุดหลังเคลือบฟลูออไรด์

ทำไมต้องเคลือบฟลูออไรด์?

การเคลือบฟลูออไรด์ คือ การทาฟลูออไรด์ความเข้มข้นสูงลงบนผิวฟัน เพื่อช่วยเสริมความแข็งแรงให้เคลือบฟัน ลดการสูญเสียแร่ธาตุ และยับยั้งการทำงานของแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของฟันผุมักใช้ในรูปแบบ เจล โฟม ซึ่งทันตแพทย์จะเลือกให้เหมาะกับช่วงอายุและความเสี่ยงฟันผุของแต่ละคน

เคลือบฟลูออไรด์อยู่ได้นานแค่ไหน?

โดยทั่วไป ฟลูออไรด์ที่เคลือบจะช่วยป้องกันฟันผุได้นาน ประมาณ 3-6 เดือน ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการกิน การดูแลช่องปาก และความเสี่ยงฟันผุของแต่ละคน  ในเด็กหรือผู้ที่มีความเสี่ยงฟันผุสูง ทันตแพทย์อาจแนะนำให้เคลือบซ้ำเป็นระยะ

ใครบ้างที่เหมาะกับการเคลือบฟลูออไรด์?

คำตอบ คือ ทำได้ทุกวัย แต่กลุ่มที่ควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ได้แก่ 

1. เด็กและวัยรุ่นที่อยู่ในช่วงฟันน้ำนมหรือฟันผสม 

ช่วงวัยที่ฟันยังพัฒนาไม่เต็มที่ เคลือบฟันจะอ่อนและผุได้ง่าย การเคลือบฟลูออไรด์ช่วยเสริมความแข็งแรงให้ฟัน ลดโอกาสฟันผุ และช่วยปกป้องฟันตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

2. ผู้ที่มีความเสี่ยงฟันผุสูง 

เช่น ผู้ที่ชอบรับประทานของหวาน ดื่มน้ำอัดลมบ่อย มีน้ำลายน้อย หรือเคยมีประวัติฟันผุหลายซี่ การเคลือบฟลูออไรด์ช่วยลดการสูญเสียแร่ธาตุของฟัน และยับยั้งการทำงานของแบคทีเรียได้ดี

3. ผู้ที่กำลังจัดฟันหรือใส่อุปกรณ์ในช่องปาก 

เครื่องมือจัดฟันจะทำให้ทำความสะอาดยาก คราบอาหารและแบคทีเรียสะสมได้ง่าย การเคลือบฟลูออไรด์ช่วยลดความเสี่ยงฟันผุรอบ ๆ เครื่องมือและรอยด่างขาวหลังถอดเครื่องมือจัดฟัน

4. ผู้ที่มีฟันสึกหรือมีอาการเสียวฟัน 

ฟลูออไรด์จะช่วยเสริมความแข็งแรงของผิวฟัน ลดการสูญเสียแร่ธาตุ และช่วยบรรเทาอาการเสียวฟันได้ในบางราย

5. ผู้สูงอายุที่มีเหงือกร่น รากฟันโผล่ หรือน้ำลายน้อย

เมื่อเหงือกร่น รากฟันจะโผล่และผุได้ง่ายกว่าส่วนอื่น ช่องปากที่น้ำลายแห้งจะมีความเสี่ยงเกิดฟันผุมากขึ้น การเคลือบฟลูออไรด์ช่วยป้องกันฟันผุบริเวณรากฟัน และช่วยชะลอการเสื่อมของผิวฟันในวัยสูงอายุ

4 ข้อห้ามทำ หลังเคลือบฟลูออไรด์

หลังการเคลือบฟลูออไรด์ เพื่อให้ฟลูออไรด์ออกฤทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ผู้ป่วยควรใส่ใจและดูแลสุขภาพช่องปากเป็นพิเศษ โดยมีสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่ควรทำ ดังนี้

1. ห้ามกินอาหารทันที

หลังเคลือบฟลูออไรด์ ควรงดรับประทานอาหารและเครื่องดื่มอย่างน้อย 30 นาที-1 ชั่วโมง เพื่อให้ฟลูออไรด์มีเวลาเกาะและออกฤทธิ์กับเคลือบฟัน หากกินทันที ฟลูออไรด์อาจถูกล้างออกก่อนซึมเข้าสู่ผิวฟัน ทำให้ได้ผลป้องกันฟันผุน้อยลง

2. ห้ามแปรงฟันทันที

หลังจากเคลือบฟลูออไรด์บางชนิด ควรหลีกเลี่ยงการแปรงฟันในช่วง 4-6 ชั่วโมงแรก หลังเคลือบฟลูออไรด์ และการแปรงฟันแรงเกินไปหรือใช้ยาสีฟันที่มีสารขัดสูง อาจทำให้ชั้นฟลูออไรด์ที่เคลือบไว้ถูกขัดออกเร็วเกินไป ในวันแรกหลังทำ ควรแปรงฟันอย่างเบามือ หรือปฏิบัติตามคำแนะนำของทันตแพทย์ เพื่อให้ฟลูออไรด์อยู่บนผิวฟันได้นานขึ้น

การหลีกเลี่ยงข้อห้ามเหล่านี้ในช่วงเวลาที่เหมาะสม จะช่วยให้ ฟลูออไรด์ออกฤทธิ์ได้เต็มประสิทธิภาพ เสริมความแข็งแรงให้เคลือบฟัน และลดความเสี่ยงฟันผุในระยะยาว ได้อย่างชัดเจน

ควรดูแลฟันอย่างไร หลังเคลือบฟลูออไรด์

แม้จะเคลือบฟลูออไรด์แล้ว ก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถป้องกันการเกิดฟันผุหรือปัญหาสุขภาพช่องปากอื่น ๆ ได้ทั้งหมด การดูแลช่องปากอย่างสม่ำเสมอยังคงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ฟลูออไรด์ออกฤทธิ์ได้ยาวนาน เห็นผลชัดเจน และยังช่วยป้องกันการฟันผุในอนาคตอีกด้วย ซึ่งควรปฏิบัติดังนี้

  1. แปรงฟันอย่างถูกวิธี วันละ 2 ครั้ง ควรแปรงฟันเช้าและก่อนนอน โดยใช้เวลาอย่างน้อย 2 นาที และแปรงให้ทั่วทุกซี่ เพื่อกำจัดคราบพลัคที่เป็นต้นเหตุของฟันผุ
  2. ใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ การใช้ไหมขัดฟันช่วยทำความสะอาดซอกฟันที่แปรงสีฟันเข้าไม่ถึง ลดการสะสมของแบคทีเรียและคราบอาหาร
  3. เลือกยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ การใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์จะช่วยเสริมการป้องกันฟันผุ และช่วยคงประสิทธิภาพของฟลูออไรด์ที่เคลือบไว้
  4. ลดของหวานและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล น้ำตาลเป็นอาหารของแบคทีเรียที่ทำให้ฟันผุ การลดความถี่ในการบริโภคของหวานจะช่วยให้ฟันแข็งแรงขึ้นในระยะยาว
  5. พบทันตแพทย์เพื่อตรวจฟันสม่ำเสมอ ควรตรวจฟันและขูดหินปูนทุก 6 เดือน หรือบ่อยกว่านั้นตามคำแนะนำของทันตแพทย์ เพื่อประเมินสุขภาพฟันและวางแผนการเคลือบฟลูออไรด์ซ้ำหากจำเป็น

หลังเคลือบฟลูออไรด์ การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ฟลูออไรด์ออกฤทธิ์ได้เต็มประสิทธิภาพ และช่วยป้องกันฟันผุได้ยาวนานขึ้น ตารางด้านล่างสรุป สิ่งที่ควรทำ และไม่ควรทำหลังเคลือบฟลูออไรด์ แบบเข้าใจง่าย

Dos
สิ่งที่ควรทำหลังเคลือบฟลูออไรด์
Don’ts
สิ่งที่ไม่ควรทำหลังเคลือบฟลูออไรด์
แปรงฟันอย่างถูกวิธี วันละ 2 ครั้ง และแปรงเบามือในวันแรกใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำเลือกใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์รับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มทันทีหลังทำ (งดอย่างน้อย 30 นาที–1 ชั่วโมง)แปรงฟันทันทีหลังเคลือบ (ควรเว้น 4–6 ชั่วโมง)

การหลีกเลี่ยงข้อห้ามในช่วงแรก และดูแลช่องปากอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ฟลูออไรด์ยึดเกาะผิวฟันได้ดี เสริมความแข็งแรงของเคลือบฟัน และลดความเสี่ยงฟันผุได้

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเคลือบฟลูออไรด์

Q1: การเคลือบฟลูออไรด์ ปลอดภัยสำหรับเด็กเล็กไหม?

ตอบ : ปลอดภัย หากทำในปริมาณที่เหมาะสมและอยู่ภายใต้การดูแลของทันตแพทย์

Q2: ต้องเคลือบฟลูออไรด์บ่อยแค่ไหน?

ตอบ : โดยทั่วไปควรเคลือบฟลูออไรด์ทุก 3-6 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงฟันผุของแต่ละคน ควรให้ทันตแพทย์เป็นผู้แนะนำ

Q3: หลังเคลือบฟลูออไรด์ ดื่มน้ำเปล่าได้ไหม?

ตอบ : สามารถดื่มน้ำเปล่าได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีกรดสูงหรือมีสีจัด เช่น น้ำอัดลม น้ำผลไม้รสเปรี้ยว หรือชา กาแฟ ในช่วงวันแรกหลังเคลือบฟลูออไรด์

Q4: หลังเคลือบฟลูออไรด์ กินข้าวได้เมื่อไหร่?

ตอบ : โดยทั่วไปควรรออย่างน้อย 30 นาที-1 ชั่วโมง หรือทำตามคำแนะนำของทันตแพทย์

Q5: หลังเคลือบฟลูออไรด์ แปรงฟันได้ไหม?

ตอบ : แปรงได้ แต่ควรเว้นเวลาประมาณ 4-6 ชั่วโมง หลังจากเคลือบฟลูออไรด์ หรือตามคำแนะนำของทันตแพทย์ เพื่อให้ฟลูออไรด์ออกฤทธิ์ได้ดี

Q6: การเคลือบฟลูออไรด์ช่วยให้ฟันขาวขึ้นได้ไหม?

ตอบ : การเคลือบฟลูออไรด์ไม่ได้ส่งผลให้ฟันขาวโดยตรง แต่เป็นเพียงช่วยเสริมให้ฟันแข็งแรงและลดการเกิดฟันผุ ฟันจึงอาจดูสุขภาพดีไปด้วย

สรุป

การเคลือบฟลูออไรด์เป็นวิธีป้องกันฟันผุที่ทำได้ง่าย แต่ให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม หลายคนมักมองข้ามการดูแลตนเองหลังการเคลือบฟลูออไรด์ โดยเข้าใจว่าการรักษาเพียงครั้งเดียวก็เพียงพอ ทั้งที่ในความเป็นจริง การปฏิบัติตามคำแนะนำหลังการรักษาอย่างเหมาะสมมีความสำคัญไม่แพ้ขั้นตอนการเคลือบฟลูออไรด์เลย

หากสามารถดูแลช่องปากอย่างถูกวิธี หลีกเลี่ยงข้อห้ามต่าง ๆ และปฏิบัติตามคำแนะนำของทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ฟลูออไรด์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เสริมความแข็งแรงให้ผิวฟัน และลดความเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุในระยะยาว

เพื่อให้การป้องกันและดูแลสุขภาพฟันเป็นไปอย่างต่อเนื่อง การเข้ารับการตรวจสุขภาพช่องปากและรับคำแนะนำจากทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญ ผู้ที่ต้องการตรวจประเมินสภาพฟันหรือรับบริการเคลือบฟลูออไรด์อย่างถูกต้องตามมาตรฐาน สามารถขอคำปรึกษาได้ที่ Belix Dental Clinic ซึ่งให้บริการดูแลสุขภาพช่องปากแบบองค์รวม พร้อมคำแนะนำเฉพาะบุคคลเพื่อช่วยให้ฟันแข็งแรงและสุขภาพช่องปากดีในระยะยาว

👩‍⚕️Expert Insight by ทพญ.พิชญา วัฒนไกร

หลังการทา Fluoride สำหรับเด็ก ควรปล่อยให้ฟลูออไรด์เคลือบอยู่บนผิวฟันประมาณ 30 นาที และหลีกเลี่ยงการบ้วนน้ำในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อให้สารฟลูออไรด์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และช่วยเสริมการป้องกันฟันผุได้ดียิ่งขึ้น

เมื่อก่อนเด็กหลายคนมักไม่ค่อยชอบรสชาติที่หลงเหลืออยู่ในปากหลังการทาฟลูออไรด์ ทำให้บางครั้งเกิดอาการงอแงหรือร้องไห้ จนกลายเป็นช่วงเวลาที่ทั้งเด็กและคุณพ่อคุณแม่รู้สึกเหนื่อยไปตาม ๆ กัน

แต่ปัจจุบัน ฟลูออไรด์สำหรับเด็กได้รับการพัฒนาให้มีรสผลไม้อ่อน ๆ ช่วยให้เด็ก ๆ ยอมรับการรักษาและให้ความร่วมมือมากขึ้น อีกทั้งคุณพ่อคุณแม่ยังสามารถเลือกรสชาติที่ลูกชื่นชอบได้

ที่ Belix Dental รสชาติที่เด็ก ๆ ชื่นชอบเป็นพิเศษคือ Watermelon คุณพ่อคุณแม่สามารถพาลูก ๆ มาลองได้ เพื่อให้การมาพบทันตแพทย์กลายเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาและประสบการณ์ที่ดีสำหรับเด็ก ๆ

📣หากคุณต้องการเคลือบฟลูออไรด์ เพื่อป้องกันฟันผุและดูแลสุขภาพฟันในกรุงเทพ ทีมทันตแพทย์ของ Belix Dental สาขาหลังสวน–ร่วมฤดี ใกล้ BTS เพลินจิต พร้อมประเมินความเสี่ยงฟันผุรายบุคคล และเลือกชนิดฟลูออไรด์ที่เหมาะสมกับช่วงวัย


เริ่มต้นดูแลรอยยิ้มของคุณ
กับทีมทันตแพทย์เฉพาะทาง
เปิดทำการทุกวัน เวลา 10.00–20.00 น.
📍 Belix Dental (หลังสวน-ร่วมฤดี) | ใกล้ BTS เพลินจิต

ข้อมูลทางการแพทย์ในบทความนี้ ได้รับการตรวจสอบโดย

ทพญ. พิชญา วัฒนไกร
ทันตแพทย์ด้านจัดฟัน, Invisalign Platinum Provider และผู้ก่อตั้ง Belix Dental