Skip to main content

ฟันได้รับอุบัติเหตุ

เขียนโดย Belixdental

หนึ่งในเหตุการณ์ที่ทำให้พ่อแม่ใจหายที่สุดคือ ลูกล้มฟันหน้าแตก ฟันกระแทกพื้น ซึ่งเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะขณะเด็กหัดเดิน เดินเล่นในบ้าน หรือวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนานก็ตาม ความตกใจมักมาพร้อมคำถามในหัวมากมาย เช่น ฟันลูกจะเป็นอะไรไหม? ฟันแท้หลุดต้องทำอย่างไร? ฟันยุบจะกลับมาไหม?

อุบัติเหตุกับฟันเด็กไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะถ้าดูแลไม่ถูกต้องตั้งแต่แรก อาจส่งผลต่อฟันถาวรในอนาคต ทั้งรูปฟัน สีฟัน หรือการงอกของฟันแท้ได้

ฟันกระแทกพื้น เกิดขึ้นได้อย่างไร

เด็กเล็กมักมีโอกาสล้มบ่อยอยู่แล้ว และสาเหตุที่ทำให้เกิด ฟันกระแทกพื้น มักมาจากช่วงวัยที่กำลังพัฒนาเรื่องการทรงตัว เช่น

  • เด็กหัดเดิน ล้มหน้าคว่ำ
  • วิ่งเล่นแล้วสะดุดของเล่น/พรม
  • ปีนป่ายเฟอร์นิเจอร์แล้วตกลงมา
  • พื้นเปียก ลื่นในห้องน้ำหรือบริเวณบ้าน
  • เกิดจากการกระแทกขณะเล่นกับเพื่อน

ฟันน้ำนม vs ฟันแท้ เวลาบาดเจ็บ

เด็กส่วนมากจะกระแทกฟันหน้า ซึ่งเป็นบริเวณที่ยื่นออกมามากที่สุด ข้อควรรู้คือ ฟันน้ำนมจะยุบหรือหักได้ง่ายกว่า และถ้าฟันยุบอาจไปกระทบกับฟันแท้ที่อยู่ข้างใต้ ส่วน ฟันแท้ คือฟันชุดสุดท้ายที่ไม่มีการงอกใหม่จึงต้องดูแลอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะเป็นฟันที่จะอยู่กับเขาไปตลอดชีวิต

อาการบาดเจ็บของฟันที่พบบ่อยหลังล้ม

เมื่อฟันกระแทกพื้น อาการที่เกิดขึ้นอาจแตกต่างกันไป แต่พ่อแม่ควรสังเกตให้ละเอียดเพื่อประเมินเบื้องต้น

1. ฟันหลุด

ฟันหลุดออกมาจากเหงือกทั้งซี่เป็นอาการที่ดูน่ากลัวที่สุด แต่ก็พบได้บ่อยโดยเฉพาะกับฟันน้ำนม การจัดการที่ถูกต้องในช่วงไม่กี่นาทีแรกสามารถเพิ่มโอกาสในการปลูกฟันกลับคืนได้ ถ้าเป็นฟันน้ำนมที่หลุด ทันตแพทย์มักจะไม่ปลูกกลับเพราะกลัวกระทบต่อฟันแท้ แต่ถ้าเป็นฟันแท้ที่หลุด การรักษาทันทีมีความสำคัญอย่างยิ่งเพราะยังมีโอกาสช่วยฟันไว้ได้

2. ฟันหัก

ฟันหักอาจหักเพียงเล็กน้อยที่มุมฟัน หรือหักหนักจนเห็นเนื้อในของฟัน บางครั้งอาจหักที่โคนฟันใกล้เหงือก การหักของฟันแต่ละระดับต้องการการรักษาที่แตกต่างกัน ถ้าหักเล็กน้อยอาจต้องขัดเรียบหรือเคลือบฟัน แต่ถ้าหักจนเห็นเส้นประสาทอาจต้องทำการรักษารากฟันหรือถอนฟันออก

3. ฟันยุบ (ฟันหายเข้าไปในเหงือก)

ฟันยุบ คือการที่ฟันถูกกดเข้าไปในกระดูกเหงือกจนดูเหมือนฟันสั้นลงหรือหายไป อาการนี้อันตรายมากเพราะอาจทำให้รากฟันและกระดูกรอบๆ บาดเจ็บ และอาจกระทบต่อฟันแท้ที่กำลังเจริญอยู่ด้านล่าง การรักษาขึ้นอยู่กับว่าเป็นฟันน้ำนมหรือฟันแท้ และฟันยุบเข้าไปมากน้อยแค่ไหน

4. ฟันโยก

ฟันโยกหมายถึงฟันที่สามารถขยับไปมาได้มากกว่าปกติเมื่อใช้นิ้วหรือลิ้นกดดู อาการนี้บ่งบอกว่าเอ็นรอบๆ รากฟันหรือกระดูกที่ยึดฟันไว้อาจบาดเจ็บหรือฉีกขาด ฟันที่โยกมากอาจใช้วิธีการทำให้ฟันอยู่นิ่งระหว่างการซ่อมแซม และในบางกรณีถ้าโยกมากเกินไปอาจต้องถอนฟันออกเพื่อป้องกันปัญหาติดเชื้อหรือการบาดเจ็บเพิ่มเติม

สิ่งที่ผู้ปกครองควรทำทันทีเมื่อฟันกระแทกพื้น

ก่อนอื่นต้องเช็ดเลือด อาการเจ็บ และระดับความเสียหายของฟัน จากนั้นค่อยดำเนินการปฐมพยาบาลตามอาการ และพาไปพบทันตแพทย์

1. กรณีฟันหลุด

ถ้าเป็นฟันน้ำนมที่หลุด ให้หยิบฟันขึ้นมาโดยจับที่ตัวฟัน ห้ามจับที่รากฟัน ล้างน้ำสะอาดเบาๆ โดยไม่ต้องถูหรือเช็ดแรง จากนั้นเก็บฟันใส่ภาชนะที่มีน้ำนมสด น้ำเกลือ ห้ามแช่ฟันในน้ำเปล่าเพราะจะทำให้เซลล์บนรากฟันตายเร็ว แม้ว่าทันตแพทย์มักจะไม่ปลูกฟันน้ำนมกลับ แต่การเก็บรักษาฟันอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ทันตแพทย์ประเมินความเสียหายได้ดีขึ้น

ถ้าเป็นฟันแท้ที่หลุด การจัดการจะต่างออกไป ให้ล้างฟันเบาๆด้วยน้ำเกลือ (Normal Saline) หรือน้ำสะอาด  เก็บฟันในน้ำเกลือ (Normal Saline) นมสด หรืออมใต้ลิ้น ตามทีหาได้เร็วที่สุด แล้วรีบพาลูกไปพบทันตแพทย์ภายใน 30 นาที เพราะยิ่งไปเร็วเท่าไหร่ โอกาสที่ฟันจะอยู่รอดก็ยิ่งสูง

2. กรณีฟันหัก

เก็บชิ้นฟันแท้ที่หักออกมาใส่ภาชนะหรือถุงพลาสติกสะอาด ล้างปากลูกด้วยน้ำสะอาดเบาๆ เพื่อทำความสะอาดเศษฟันหรือเลือดออก ถ้ามีเลือดออกให้กดด้วยก๊อซสะอาด ถ้าลูกบ่นว่าเจ็บมาก อาจให้ยาแก้ปวดสำหรับเด็กตามขนาดที่เหมาะสมกับอายุและน้ำหนัก หลีกเลี่ยงการให้ลูกกินอาหารแข็งหรือกัดของด้วยฟันที่หัก

และรีบพาลูกไปพบทันตแพทย์โดยเร็ว เพื่อให้ประเมินความรุนแรงของการหักว่าลึกหรือตื้น กระทบเส้นประสาทหรือไม่ และวางแผนการรักษาที่เหมาะสม นำชิ้นฟันที่หักไปด้วยเพราะในบางกรณีทันตแพทย์สามารถนำชิ้นฟันที่หักมาติดกลับคืนได้

3. กรณีฟันยุบหรือฟันเกือบหลุด

ฟันน้ำนมยุบเป็นอาการที่ต้องให้ทันตแพทย์ดูแลโดยตรง ไม่ควรพยายามดึงหรือกดฟันเอง ให้ล้างปากด้วยน้ำอุ่นเบาๆ และประคบเย็นที่ใบหน้าเพื่อลดบวมและปวด ให้ลูกกินอาหารอ่อนหรือของเหลวเท่านั้น และรีบพาไปพบทันตแพทย์ทันทีในวันนั้น

ทันตแพทย์จะตรวจเอ็กซเรย์เพื่อดูว่าฟันยุบเข้าไปลึกแค่ไหน และอยู่ในตำแหน่งที่เสี่ยงต่อฟันแท้หรือไม่ การรักษาอาจเป็นการรอให้ฟันค่อยๆ งอกกลับมาเองในกรณีของฟันน้ำนม หรืออาจต้องดึงฟันออกมาหรือผ่าตัดในกรณีที่รุนแรง

4. กรณีฟันโยก

ให้ลูกงดกัดหรือเคี้ยวด้วยฟันที่โยก ล้างปากด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือ (Normal Saline) เพื่อทำความสะอาด ถ้ามีเลือดออกที่เหงือกให้กดเบาๆด้วยก๊อซสะอาด ให้ลูกกินอาหารอ่อนเท่านั้น และหลีกเลี่ยงการให้ลูกใช้ลิ้นดันหรือแกว่งฟันที่โยก

นอกจากนี้ควรพาลูกไปพบทันตแพทย์เพื่อประเมินว่าฟันโยกมากน้อยแค่ไหน และต้องการการผูกฟันหรือเฝือกฟันเพื่อให้ฟันอยู่นิ่งระหว่างรอเอ็นและกระดูกสมานกลับคืนหรือไม่

ลักษณะอาการรายละเอียดอาการความเสี่ยง/สิ่งที่ต้องระวังการดูแลเบื้องต้น
ฟันหลุดฟันหลุดออกจากเหงือกทั้งซี่ พบได้บ่อยในฟันน้ำนมฟันแท้อาจเสียโอกาสรอดหากดูแลไม่ถูกต้อง ฟันน้ำนมอาจกระทบหน่อฟันแท้จับที่ตัวฟัน ห้ามจับรากฟัน ล้างเบาๆ โดยไม่ถู แช่ในนมสด น้ำเกลือ หรือน้ำลาย (ห้ามแช่น้ำเปล่า) รีบไปพบทันตแพทย์ โดยเฉพาะฟันแท้ควรภายใน 30 นาที
ฟันหักฟันแตกหรือหัก ตั้งแต่บิ่นเล็กน้อยจนเห็นเนื้อในฟัน หรือหักลึกถึงโคนฟันอาจกระทบเส้นประสาทฟัน เกิดอาการปวดหรือติดเชื้อเก็บชิ้นฟันที่หักใส่ภาชนะสะอาดล้างปากเบาๆกดห้ามเลือดถ้ามีเลือดออก งดอาหารแข็ง และรีบพบทันตแพทย์
ฟันยุบ ฟันถูกกระแทกจนยุบเข้าไปในเหงือก ดูเหมือนฟันสั้นลงหรือหายไปอาจทำให้รากฟันและกระดูกบาดเจ็บ และกระทบฟันแท้ด้านล่างห้ามดึงหรือกดฟันเองล้างปากด้วยน้ำอุ่นเบาๆประคบเย็นเพื่อลดบวมกินอาหารอ่อน และรีบพบทันตแพทย์ทันที
ฟันโยกฟันขยับได้มากกว่าปกติ แสดงว่าเอ็นหรือกระดูกที่ยึดฟันบาดเจ็บเสี่ยงติดเชื้อหรือฟันหลุดหากโยกมากงดกัดหรือเคี้ยวบริเวณนั้นล้างปากด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือกดห้ามเลือดถ้ามีกินอาหารอ่อน และหลีกเลี่ยงการโยกฟัน

ข้อห้ามที่ต้องระวัง

  • ห้ามเช็ดหรือขัดฟันที่หลุดออกมาแรงๆ เพราะจะทำลายเซลล์ที่มีชีวิตบนรากฟัน ซึ่งเซลล์เหล่านี้มีความสำคัญต่อการปลูกฟันกลับคืน
  • ห้ามปล่อยให้ฟันที่หลุดแห้ง เพราะเซลล์บนรากฟันจะตายภายในไม่กี่นาที ต้องเก็บฟันในสภาพแวดล้อมที่ชุ่มชื้นเสมอ
  • ห้ามใช้แอลกอฮอล์หรือน้ำยาฆ่าเชื้อล้างฟัน เพราะจะฆ่าเซลล์ที่สำคัญ ใช้น้ำสะอาดหรือน้ำเกลือเท่านั้น
  • ห้ามปล่อยทิ้งไว้นานโดยคิดว่าจะหายเอง อาการบาดเจ็บของฟันต้องการการรักษาจากทันตแพทย์โดยเร็ว

การรักษาที่ทันตแพทย์จะเลือกใช้

แพทย์จะตรวจด้วยตาและ X-ray เพื่อประเมินสภาพฟันว่าเสียหายแค่ไหน จากนั้นอาจเลือกวิธีรักษาดังนี้

  • การดามฟัน (Splinting) สำหรับฟันโยกหรือฟันเกือบหลุด
  • การอุด/ครอบฟัน เมื่อฟันหัก
  • การถอนฟัน ถ้าฟันแตกจนไม่สามารถรักษาได้
  • การเฝ้าระวังเป็นระยะ กรณีฟันยุบ ซึ่งบางครั้งสามารถดันกลับมาเองได้ 
  • การรักษารากฟันแท้ในกรณีที่ได้รับผลกระทบ

การดูแลหลังการรักษา

เพื่อให้ฟันและเหงือกฟื้นตัวเร็วที่สุด ควรดูแลอย่างเคร่งครัดในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก

อาหารที่ควรเลี่ยง

  • อาหารแข็ง
  • ของเหนียว เช่น ขนมสายไหม คาราเมล
  • อาหารร้อนมากหรือเย็นจัด

การทำความสะอาดฟัน

  • แปรงฟันเบาๆ ด้วยแปรงขนละเอียด
  • ใช้น้ำเกลืออุ่นกลั้วปากเพื่อลดการอักเสบ
  • ระวังอย่าให้แปรงสัมผัสบริเวณที่เจ็บแรงเกินไป

การติดตามอาการ

  • กลับมาตรวจตามนัดเพื่อดูว่ารากฟันและฟันแท้ได้รับผลกระทบหรือไม่
  • ถ้าฟันเปลี่ยนสี เจ็บมากขึ้น หรือเด็กกัดไม่ได้ ให้กลับมาพบแพทย์ก่อนกำหนด

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปัญหาฟันได้รับอุบัติเหตุ

1. ฟันน้ำนมหลุดจากการกระแทก ต้องปลูกคืนหรือไม่?

ตอบ : โดยทั่วไปทันตแพทย์จะไม่แนะนำให้ปลูกฟันน้ำนมกลับคืน เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อหน่อฟันแท้ที่กำลังพัฒนาอยู่ด้านล่างได้ อย่างไรก็ตาม ควรรีบพาไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจประเมินอย่างละเอียด ว่ามีรากฟันหลงเหลืออยู่ในเหงือก หรือมีกระดูกเบ้าฟันแตกหักร่วมด้วยหรือไม่ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว

2. หากฟันแท้หลุดจากอุบัติเหตุ มีเวลาเท่าไหร่ที่จะช่วยฟันไว้ได้?

ตอบ : ในกรณีที่ฟันแท้หลุดออกมาทั้งซี่ ช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดคือประมาณ 30–60 นาทีแรก ยิ่งสามารถนำฟันกลับเข้าที่ได้เร็ว โอกาสที่ฟันจะกลับมาใช้งานได้ตามปกติก็ยิ่งสูงขึ้น

ระหว่างเดินทางไปพบทันตแพทย์ สามารถเก็บฟันไว้ในนมจืด น้ำเกลือ หรืออมไว้ในกระพุ้งแก้มเพื่อรักษาความชุ่มชื้นของรากฟัน และควรหลีกเลี่ยงการล้างหรือขัดถูตัวฟัน รวมถึงไม่ควรแช่ฟันในน้ำเปล่า เพราะอาจทำลายเซลล์ที่ผิวรากฟันได้

3. ฟันยุบเข้าไปในเหงือก (Intrusion) อันตรายอย่างไร?

ตอบ :  ฟันที่ยุบลึกเข้าไปในเหงือกอาจกระแทกไปโดนฟันแท้ที่อยู่ด้านล่าง โดยเฉพาะในเด็กที่ยังมีฟันแท้กำลังพัฒนาอยู่ ซึ่งอาจส่งผลให้ฟันแท้ขึ้นผิดตำแหน่ง รูปร่างผิดปกติ หรือมีสีเปลี่ยนแปลงในอนาคต

กรณีลักษณะนี้จำเป็นต้องให้ทันตแพทย์ตรวจและเอกซเรย์ เพื่อประเมินระดับความรุนแรงและวางแผนการดูแลที่เหมาะสม

4. อาการแบบไหนหลังฟันกระแทกที่ต้องพาลูกไปหาหมอทันที?

ตอบ : ฟันกระแทกทุกกรณีควรพาไปค่ะ โดยเฉพาะหากพบอาการต่อไปนี้ ควรรีบพาไปพบแพทย์โดยเร็ว

  • มีเลือดออกจากช่องปากไม่หยุด
  • ฟันโยกมาก หรือขยับผิดปกติ
  • ฟันหายไปจากตำแหน่งเดิม หรือเคลื่อนตำแหน่งชัดเจน
  • มีอาการปวด บวมมาก หรือกัดแล้วเจ็บผิดปกติ
  • มีอาการซึม อาเจียน หรือผิดปกติทางพฤติกรรมร่วมด้วย ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการกระทบกระเทือนทางสมอง

การตรวจประเมินตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยลดความเสี่ยงของปัญหาระยะยาว และเพิ่มโอกาสในการรักษาให้ได้ผลดีที่สุด

สรุป

อุบัติเหตุที่ทำให้ฟันกระแทกพื้นของเด็กเป็นเรื่องที่พ่อแม่หลายคนเคยเจอ และอาจสร้างความกังวลใจได้ไม่น้อย แต่การปฐมพยาบาลอย่างถูกวิธีและการรีบพาลูกไปพบทันตแพทย์โดยเร็วที่สุด จะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาฟันเดิมไว้ได้มากขึ้น หากต้องการรับการตรวจและดูแลอย่างใกล้ชิด ทีมทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของ Belix Dental พร้อมให้คำปรึกษา ประเมินอาการอย่างละเอียด และวางแผนการรักษาที่เหมาะสม เพื่อดูแลสุขภาพฟันของเด็กได้อย่างมั่นใจตั้งแต่ขั้นตอนแรก

👩‍⚕️ Expert Insight by ทพญ.พิชญา วัฒนไกร

จำง่าย ๆ 2 เรื่องสำคัญหากฟันหลุด

  1. ฟันน้ำนมไม่ต้องยัดกลับเข้าไป สามารถใส่อุปกรณ์กันพื้นที่ฟันทดแทนได้  สิ่งที่ควรกังวลมากกว่าคือผลกระทบต่อฟันแท้ข้างใน ควรรีบพาเด็กมาพบทันตแพทย์เพื่อตรวจประเมินฟันแท้ภายในทันที
  2. ฟันแท้มีค่า และมี “30 นาทีทอง” ล้างฟันเบา ๆ โดยไม่ขัดถู เก็บไว้ในสภาพชุ่มชื้น เช่น นม น้ำเกลือหรืออมใต้ลิ้น แล้วรีบมาพบทันตแพทย์โดยเร็ว หากสามารถใส่กลับได้ทันเวลา โอกาสรอดในระยะยาวสูงมาก เพราะไม่มีสิ่งใดทดแทนฟันธรรมชาติได้ดีเท่าของเดิมค่ะ

📣หากเกิดเหตุฉุกเฉินด้านฟันในกรุงเทพ เช่น ฟันหลุด ฟันหัก หรือฟันยุบจากอุบัติเหตุ ทีมทันตแพทย์ของ Belix Dental สาขาหลังสวน–ร่วมฤดี ใกล้ BTS เพลินจิต พร้อมดูแลอย่างเร่งด่วน ด้วยเครื่องเอกซเรย์และอุปกรณ์ครบครัน เพื่อประเมินอาการได้อย่างละเอียดตั้งแต่ครั้งแรก

👉 นัดปรึกษาเพื่อประเมินแผนการรักษาเฉพาะบุคคลได้เลยวันนี้

เปิดทำการทุกวัน เวลา 10.00–20.00 น

📍 พิกัดคลินิก : https://maps.app.goo.gl/m1LHmtfitXLkKobk8

📞โทร : 094-982-6268

ข้อมูลทางการแพทย์ในบทความนี้ ได้รับการตรวจสอบโดย

ทพ.ขจรเดช วนรัตน์
ทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาวิทยาเอ็นโดดอนต์
ทพญ. พิชญา วัฒนไกร
ทันตแพทย์ด้านจัดฟัน, Invisalign Platinum Provider และผู้ก่อตั้ง Belix Dental

และขอขอบคุณแหล่งข้อมูล : สมาคมทันตกรรมเด็กแห่งประเทศไทย