วิธีแปรงฟัน
การแปรงฟัน กิจวัตรง่าย ๆ ที่คนเราต้องทำเป็นประจำทุกวัน อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เราทุกคนต่างรู้จักการแปรงฟันอยู่แล้ว แต่เชื่อไหมว่า คนส่วนใหญ่มักยังแปรงฟันได้ไม่ถูกวิธี ซึ่งเป็นต้นตอของปัญหาสุขภาพช่องปากทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น ฟันผุ เหงือกอักเสบ มีกลิ่นปาก หรือคราบหินปูนสะสม บทความนี้จะมาชวนทุกคนมาปรับพฤติกรรมการแปรงฟัน เพื่อให้แปรงฟันได้อย่างถูกวิธี พร้อมทั้งแชร์เทคนิคต่าง ๆ เช่น การเลือกแปรงสีฟัน ยาสีฟัน ไปจนถึงการใช้ไหมขัดฟันอีกด้วย
ทำไมต้องแปรงฟันให้ถูกวิธี?
การแปรงฟัน ไม่ได้มีเป้าหมายแค่ทำให้ปากสะอาดหรือมีกลิ่นหอมเท่านั้น แต่มีหน้าที่หลักคือการ กำจัดคราบพลัค (Plaque) ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย หากคราบเหล่านี้ไม่ถูกกำจัดออกอย่างทั่วถึง จะนำไปสู่ปัญหาสุขภาพช่องปากต่าง ๆ เช่น ฟันผุ เหงือกอักเสบ และโรคปริทันต์ได้ในอนาคต แล้วแปรงฟันอย่างไรจึงจะช่วยขจัดคราบพลัคได้หมดจด ทันตแพทย์ได้ให้คำแนะนำทั้งสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ไว้ดังนี้
| วิธีแปรงฟันที่ถูกต้อง สำหรับเด็ก | วิธีแปรงฟันที่ถูกต้อง สำหรับผู้ใหญ่ |
|---|---|
| เลือกแปรงสีฟันและยาสีฟันให้เหมาะกับวัย ใช้แปรงสีฟันสำหรับเด็ก ที่มีขนไม่นุ่มเกินไป หัวแปรงขนาดเล็ก สามารถซอกซอนเข้าไปในบริเวณด้านในของช่องปากเด็กได้ และควรเลือกยาสีฟันที่ผสมฟลูออไรด์ในปริมาณน้อยฟันน้ำนม ควรใช้ Horizontal technique หรือการถูกเป็นแนวนอน อย่างอ่อนโยน โดยแปรงฟันขยับง่ายๆ เข้า-ออก รอบฟันทุกซี่ ทั้งด้านนอก ด้านใน และด้านบดเคี้ยวไม่ปล่อยให้เด็กเล็กแปรงฟันเองคนเดียว ในเด็กวัยต่ำกว่า 6-7 ปี มักจะยังแปรงฟันเองไม่สะอาด ผู้ปกครองควรอยู่ช่วยดู หรือช่วยแปรงซ้ำอีกครั้งแปรงให้ครบ 2 นาที โดยอาจใช้เพลงเป็นตัวช่วย เช่น เพลง The Wheel on the Bus 3 รอบ หรือเปิดเพลงที่เด็ก ๆ ชอบ เพื่อให้รู้สึกสนุก จนแปรงครบ 2 นาที | เลือกใช้แปรงสีฟันขนนุ่ม และเลือกยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ บีบยาสีฟันในปริมาณเท่าขนาดเมล็ดถั่วก็เพียงพอฟันแท้ ควรใช้ Modified Bass technique โดยวางแปรงสีฟันเอียงประมาณ 45 องศา เข้าหาขอบเหงือก เพื่อให้ขนแปรงเข้าถึงรอยต่อระหว่างฟันและเหงือก ซึ่งเป็นจุดสะสมคราบพลัคได้ง่ายฟันด้านนอกให้แปรงเขย่าเบาๆหรือใช้วิธีการปัดสั้น ๆ ทีละซี่ ไม่ควรถูแรงหรือแปรงยาว ๆ ซ้ายขวาไปมาแปรงด้านในโดยเอียงแปรงในลักษณะเดียวกัน แปรงขึ้นและลง หรือเป็นวงกลม โดยเฉพาะด้านในของฟันหน้า ซึ่งเป็นจุดที่คนมักมองข้ามในการทำความสะอาดแปรงบนผิวบดเคี้ยวไปมาเบา ๆ ทีละซี่ ไม่แปรงยาว ๆ ควรใส่ใจเป็นพิเศษเนื่องจากฟันด้านนี้มักเป็นที่สะสมของเศษอาหารและคราบแบคทีเรียแปรงลิ้นและกระพุ้งแก้ม เบา ๆ จากด้านในออกด้านนอก เพื่อลดแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของกลิ่นปาก |
ข้อควรระวังในการแปรงฟัน
- ไม่ควรแปรงฟันแรงเกินไป เพราะอาจทำให้เหงือกร่นและเคลือบฟันสึก
- ไม่ควรแปรงฟันเร็วเกินไป ควรใช้เวลาอย่างน้อย 2 นาที
- ไม่ควรละเลยการใช้ไหมขัดฟัน เพราะแปรงสีฟันอาจเข้าไม่ถึงซอกฟันทั้งหมด
- หลังจากรับประทานอาหาร ควรรอประมาณ 30 นาที ก่อนจึงค่อยแปรงฟัน
เทคนิคดูแลฟันที่ควรใส่ใจ
นอกจากการแปรงฟันให้ถูกวิธีทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ รวมไปถึงข้อควรระวังต่าง ๆ แล้ว อย่างที่เคยกล่าวถึงการเลือกแปรงสีฟันและยาสีฟันให้เหมาะสมนั้น เรามาเจาะลึกกันว่ามีเทคนิคอย่างไรบ้าง
วิธีเลือกแปรงสีฟันให้เหมาะสม
เลือกแปรงที่มีขนนุ่มหรือขนนุ่มปานกลาง
แปรงสีฟันที่มีขนนุ่มหรือขนนุ่มปานกลางจะช่วยทำความสะอาดคราบพลัคได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ทำร้ายเหงือกหรือเคลือบฟัน การใช้แปรงขนแข็งเกินไปอาจทำให้เหงือกร่น ฟันสึก และเกิดอาการเสียวฟันในระยะยาว โดยเฉพาะผู้ที่มีเหงือกบอบบางหรือแปรงฟันแรงเป็นประจำ
เลือกแปรงมีหัวแปรงพอดีกับช่องปาก
หัวแปรงที่เล็กและพอดีกับช่องปากจะช่วยให้เข้าถึงฟันด้านใน ฟันกราม และบริเวณซอกฟันได้ง่ายขึ้น หากหัวแปรงใหญ่เกินไป อาจแปรงได้ไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะบริเวณฟันด้านหลังที่เป็นจุดสะสมของคราบพลัคและเศษอาหาร
ควรเปลี่ยนแปรงทุก 2-3 เดือน หรือเมื่อขนแปรงบาน
เมื่อใช้งานไปสักระยะ ขนแปรงจะเริ่มบานและเสื่อมสภาพ ทำให้ประสิทธิภาพในการทำความสะอาดลดลง และอาจสะสมแบคทีเรีย ดังนั้นจึงควรเปลี่ยนแปรงสีฟันประมาณทุก ๆ 2-3 เดือน หรือทันทีเมื่อขนแปรงบานเสียรูป นอกจากนี้ หากเพิ่งหายจากการเจ็บป่วย เช่น ไข้หวัดหรือการติดเชื้อในช่องปาก ก็ควรเปลี่ยนแปรงใหม่เช่นกัน
สำหรับเด็ก ควรเลือกแปรงที่ออกแบบตามช่วงอายุ
แปรงสีฟันสำหรับเด็กเล็กควรมีหัวแปรงเล็ก ขนนุ่ม และด้ามจับใหญ่อ้วนเต็มมือ เพื่อให้เด็กแปรงฟันจับได้อย่างปลอดภัย การเลือกแปรงที่เหมาะกับวัยจะช่วยให้เด็กแปรงฟันได้สะอาดขึ้น และสร้างนิสัยการดูแลฟันที่ดีตั้งแต่เล็ก
4 วิธีเลือกยาสีฟันที่เหมาะสม

1. ควรเลือกยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์
ฟลูออไรด์เป็นสารสำคัญที่ช่วยเสริมความแข็งแรงให้เคลือบฟัน และช่วยป้องกันฟันผุได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์เหมาะสำหรับการใช้ในชีวิตประจำวันทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยควรเลือกในปริมาณที่เหมาะสมตามช่วงวัย
2. ผู้ที่มีอาการเสียวฟัน ควรเลือกยาสีฟันสูตรลดเสียวฟัน
หากมีอาการเสียวฟันเวลาโดนของเย็น ของร้อน หรือของหวาน ควรเลือกยาสีฟันสูตรลดเสียวฟัน ซึ่งมีสารช่วยปิดท่อเนื้อฟัน ลดการกระตุ้นเส้นประสาท และควรใช้อย่างต่อเนื่องจึงจะเห็นผลชัดเจน
3. ไม่จำเป็นต้องใช้ยาสีฟันที่มีสารขัดสีแรง
ยาสีฟันที่มีสารขัดสีแรง ที่มักโฆษณาว่าทำให้ฟันขาว อาจทำให้ฟันดูขาวขึ้นในระยะสั้น แต่หากใช้เป็นประจำ อาจทำให้เคลือบฟันสึก เหงือกร่น และเพิ่มอาการเสียวฟันได้ ควรเลือกยาสีฟันที่อ่อนโยนและเหมาะกับการใช้ระยะยาวจะดีกว่า
4. เด็กควรใช้ยาสีฟันในปริมาณต่างกัน ตามอายุของเด็ก
สำหรับเด็กเล็กที่ยังไม่สามารถควบคุมการบ้วนหรือการกลืนได้ จึงมีข้อแนะนำให้ใช้ยาสีฟันในปริมาณที่น้อยมาก เมื่ออายุมากขึ้นจึงค่อยใช้ปริมาณที่มากขึ้นมาได้ โดยมีการกำหนดปริมาณยาสีฟันตามแต่ละช่วงวัยไว้ ดังต่อไปนี้
- 0 – 3 ปี : บีบยาสีฟันปริมาณแค่เปียกแปรงสีฟัน
- 3 – 6 ปี : บีบยาสีฟันปริมาณตามความกว้างของแปรงสีฟัน
- 6 ปี ขึ้นไป : บีบยาสีฟันปริมาณตามความยาวของแปรงสีฟัน
เทคนิคการใช้ไหมขัดฟันอย่างถูกวิธี
แม้จะแปรงฟันอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอแล้ว แต่การแปรงสีฟันเพียงอย่างเดียวก็อาจยังไม่สามารถทำความสะอาด ซอกฟันและร่องระหว่างฟันได้ทั้งหมด คราบอาหารและแบคทีเรียจึงมักสะสมอยู่บริเวณนี้โดยไม่รู้ตัว ไหมขัดฟัน จึงเป็นตัวช่วยสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงฟันผุและโรคเหงือกอักเสบได้อย่างดี

4 ขั้นตอนง่าย ๆ สำหรับมือใหม่หัดใช้ไหมขัดฟัน
- ตัดไหมให้ยาวพอเหมาะ ประมาณ 30-40 เซนติเมตร เพื่อให้มีไหมสะอาดเพียงพอสำหรับทุกซี่ฟัน
- พันปลายไหมทั้งสองด้านรอบนิ้วกลาง ของมือซ้ายและขวา เว้นช่วงไหมตรงกลางประมาณ 3-5 เซนติเมตร สำหรับใช้งาน
- ค่อย ๆ สอดไหมลงระหว่างซอกฟัน ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้จับควบคุมไหม ค่อย ๆ สอดลงไปในซอกฟันใต้ขอบเหงือกอย่างเบามือ หลีกเลี่ยงการกดหรือกระแทกแรง เพราะอาจทำให้เหงือกบาดเจ็บ
- โค้งไหมเป็นรูปตัว C แนบโอบกับผิวฟัน เมื่อสอดไหมลงไปแล้ว ให้โค้งไหมแนบกับผิวฟันเป็นรูปตัว C แล้วขยับไหมขึ้นลงเบา ๆ เพื่อกำจัดคราบพลัคที่เกาะอยู่ตามผิวฟันและใต้ขอบเหงือก
ทั้งนี้การใช้ไหมขัดฟัน ควรใช้อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง ก่อนแปรงฟันตอนกลางคืน เพื่อกำจัดคราบอาหารและแบคทีเรียที่สะสมมาตลอดวัน ตามซอกฟันและผิวฟัน จะช่วยให้การแปรงฟันมีประสิทธิภาพมากขึ้น
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการแปรงฟัน
Q1: ยิ่งแปรงฟันบ่อย ยิ่งดีจริงหรือไม่?
ตอบ: การแปรงฟันบ่อยเป็นเรื่องที่ดี แต่สุขภาพฟันที่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับความถี่ในการแปรงฟันเพียงอย่างเดียว สิ่งสำคัญคือการแปรงฟันให้ถูกวิธีและสะอาด เพื่อขจัดคราบจุลินทรีย์ออกจากผิวฟันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ควรรับประทานอาหารเป็นมื้อและหลีกเลี่ยงการกินจุบจิบ เพราะการกินบ่อย ๆ ทำให้ฟันสัมผัสน้ำตาลตลอดเวลา ซึ่งเพิ่มโอกาสเกิดฟันผุได้ง่ายขึ้น
Q2: แปรงฟันหลังอาหารเปรี้ยวทันทีเลยได้ไหม?
ตอบ : ไม่ควร โดยเฉพาะหลังรับประทานอาหารที่มีกรดสูง เช่น ผลไม้รสเปรี้ยว น้ำอัดลม ควรบ้วนน้ำ เจือจางกรด และรอประมาณ 30 นาทีก่อน แล้วค่อยแปรงฟัน เพราะกรดจะทำให้ผิวเคลือบฟันอ่อนตัวลงชั่วคราว การแปรงฟันทันทีจะเร่งให้เคลือบฟันสึกกร่อนง่ายขึ้น
Q3: จำเป็นต้องใช้ไหมขัดฟันทุกวันไหม?
ตอบ : จำเป็น เพราะการใช้ไหมขัดฟันเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญในการช่วยขจัดคราบพลัค เศษอาหารต่าง ๆ ที่สะสมอยู่ตามซอกฟันที่แปรงสีฟันเข้าไม่ถึง
Q4: เด็กควรเริ่มใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์เมื่อไหร่?
ตอบ : เริ่มได้ตั้งแต่ฟันน้ำนมขึ้น โดยใช้ในปริมาณน้อย และควรอยู่ภายใต้การดูแลของผู้ปกครอง
Q5: แปรงสีฟันไฟฟ้าดีกว่าแปรงธรรมดาจริงไหม?
ตอบ : อาจจะดีกว่าในเรื่องการช่วยเพิ่มแรงและแปรงฟันได้ง่ายขึ้น แต่อย่างไรก็ตามแปรงสีฟันธรรมดาก็ใช้ได้ผลดีเช่นกัน หากแปรงฟันอย่างถูกวิธี
สรุป
การแปรงฟันอย่างถูกวิธีอาจดูเป็นเรื่องพื้นฐานที่หลายคนคุ้นเคยหรือเคยได้ยินกันมาแล้ว แต่ในทางปฏิบัติ การปรับพฤติกรรมให้ถูกต้องอย่างสม่ำเสมออาจไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเมื่อเคยชินกับวิธีเดิมมาเป็นเวลานาน
เมื่อเริ่มตระหนักและค่อย ๆ ปรับพฤติกรรมให้เหมาะสม เลือกแปรงสีฟันและยาสีฟันที่สอดคล้องกับสภาพช่องปาก แปรงฟันวันละ 2 ครั้งอย่างถูกวิธี และใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำทุกวัน จะช่วยลดความเสี่ยงต่อฟันผุ โรคเหงือก และช่วยให้รอยยิ้มดูสดใสในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม การดูแลช่องปากด้วยตนเองเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ การพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยตรวจพบปัญหาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น พร้อมรับคำแนะนำในการดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ซึ่งช่วยป้องกันปัญหาที่อาจลุกลามและลดความจำเป็นในการรักษาที่ซับซ้อนในอนาคต
ที่ Belix Dental Clinic ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพช่องปากแบบองค์รวม ตั้งแต่การตรวจประเมินอย่างละเอียด การให้คำแนะนำด้านการแปรงฟันและการดูแลช่องปากที่ถูกต้อง ไปจนถึงการวางแผนป้องกันและรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล เพื่อช่วยให้คุณมีสุขภาพช่องปากที่ดีและรอยยิ้มที่มั่นใจได้
👩⚕️Expert Insight by ทพญ.พิชญา วัฒนไกร
การใช้ไหมขัดฟันควรทำก่อนการแปรงฟัน เปรียบได้กับ “การกวาดบ้าน” ก่อนลงมือทำความสะอาดครั้งใหญ่ เพื่อช่วยเขี่ยสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ตามซอกมุมให้ออกมาก่อน แล้วจึงค่อยถูพื้นให้สะอาดทั่วถึง
ในทำนองเดียวกัน ไหมขัดฟันจะช่วยดึงเศษอาหารและคราบจุลินทรีย์ที่ติดอยู่ตามซอกฟันออกมาก่อน เมื่อแปรงฟันตามภายหลัง จึงช่วยให้การทำความสะอาดฟันมีประสิทธิภาพและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น
📣หากคุณต้องการเรียนรู้วิธีแปรงฟันที่ถูกต้องเพื่อลดความเสี่ยงฟันผุและเหงือกอักเสบ ทีมทันตแพทย์ของ Belix Dental สาขาหลังสวน–ร่วมฤดี ใกล้ BTS เพลินจิต พร้อมให้คำแนะนำเฉพาะบุคคลตามสภาพเหงือกและฟันของคุณ
กับทีมทันตแพทย์เฉพาะทาง
ข้อมูลทางการแพทย์ในบทความนี้ ได้รับการตรวจสอบโดย
ทพญ. พิชญา วัฒนไกร
ทันตแพทย์ด้านจัดฟัน, Invisalign Platinum Provider และผู้ก่อตั้ง Belix Dental