ครอบฟัน
ครอบฟัน คือการทำโครงครอบลงบนฟันซี่เดิม เพื่อช่วยเพิ่มความแข็งแรง ป้องกันฟันที่อ่อนแอ หรือฟันที่ผ่านการรักษาราก ฟันผุมาก ฟันแตก ฟันสึก หรือฟันที่เนื้อฟันเหลือน้อยจนไม่สามารถอุดด้วยวัสดุอุดทั่วไปได้อีก
นอกจากเพิ่มความแข็งแรงแล้ว ครอบฟันยังช่วยเรื่องความสวยงาม โดยเฉพาะใครที่ต้องการปรับรอยยิ้มให้ดูเรียบร้อย ฟันเรียงสวย หรือมีปัญหาฟันหน้าแตกบิ่น การทำ ครอบฟันหน้า ก็ช่วยให้รอยยิ้มกลับมาดูมั่นใจได้อีกครั้ง
ครอบฟัน มีกี่แบบ? วัสดุและการเลือกใช้ให้เหมาะสม
วัสดุของครอบฟันมีหลายแบบ แต่ละชนิดมีทั้งข้อดี ข้อจำกัด และช่วงราคาที่แตกต่างกัน การเลือกให้เหมาะสมจึงสำคัญมาก ทั้งตำแหน่งของฟัน การใช้งาน และความต้องการด้านความสวยงามของแต่ละคน
1. ครอบฟันโลหะล้วน (Full Metal Crown)

ถ้าพูดถึงความแข็งแรง ครอบฟันโลหะล้วนถือว่าเป็นตัวเลือกอันดับแรกๆ เลยก็ว่าได้ เพราะรับแรงบดเคี้ยวได้ดีมาก เหมาะกับฟันกรามที่ต้องใช้บดเคี้ยวอาหารทุกวัน จุดเด่นคือทนทาน อายุการใช้งานยาว แต่ด้วยสีโลหะค่อนข้างต่างจากฟันจริง ทำให้ไม่เหมาะกับฟันหน้าที่ต้องการความสวยงาม แต่ถ้าเป็นฟันหลังลึก ๆ ที่มองไม่เห็น ถือว่าเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าและทนทานที่สุด
2. ครอบฟันเซรามิกผสมโลหะ (Porcelain Fused to Metal: PFM)
วัสดุชนิดนี้รวมความแข็งแรงของโครงโลหะไว้ด้านใน แล้วเคลือบด้วยเซรามิกด้านนอกที่ให้สีใกล้เคียงฟันจริง จึงเหมาะกับทั้งฟันกรามและฟันหน้า โดยเฉพาะคนที่ต้องการทั้งความทนทานและความสวยแบบเป็นธรรมชาติในราคาที่เอื้อมถึง แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อใช้งานหลายปีอาจเห็นขอบสีเข้มบริเวณเหงือกได้เพราะมีโลหะอยู่ด้านใน แต่โดยรวมยังเป็นตัวเลือกยอดนิยมและได้ผลดี
3. ครอบฟันเซรามิกล้วน (All Ceramic Crown/Zirconia/E-max)

ส่วนใครที่ให้ความสำคัญกับความสวยงาม ครอบฟันเซรามิกก็เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ เพราะให้สี รูปทรง และความใสเหมือนฟันธรรมชาติที่สุด โดยเฉพาะวัสดุอย่าง E-max ที่เหมาะมากกับการทำ ครอบฟันหน้า เพราะให้ความเป็นธรรมชาติสูงมาก ส่วน Zirconia ก็เป็นเซรามิกที่แข็งแรง ทนทาน ใช้ได้ทั้งฟันหน้าและฟันกราม แถมยังปลอดโลหะ เหมาะกับผู้ที่แพ้โลหะหรือไม่ต้องการให้เห็นเงาโลหะบริเวณเหงือก
ตารางเปรียบเทียบวัสดุครอบฟัน (Dental Crown Materials)
การเลือกวัสดุครอบฟัน ไม่ได้มีเพียงตัวเลือกเดียว เพราะวัสดุแต่ละชนิดให้ความแข็งแรง ความสวยงาม ตำแหน่งการใช้งาน และราคาที่แตกต่างกัน ตารางด้านล่างนี้สรุปจุดเด่นของครอบฟันแต่ละประเภท เพื่อช่วยให้เห็นภาพรวมและเปรียบเทียบได้ง่ายก่อนตัดสินใจเลือกให้เหมาะกับตำแหน่งฟันและงบประมาณของคุณ
| วัสดุครอบฟัน | ความแข็งแรง | ความสวยงาม | ตำแหน่งที่เหมาะสม | ราคาโดยประมาณ |
| ครอบฟันโลหะล้วน (Full Metal Crown) | แข็งแรงสูงมาก ทนแรงบดเคี้ยวได้ดี อายุการใช้งานยาว | ความสวยงามต่ำ สีต่างจากฟันธรรมชาติ | เหมาะกับฟันกราม (ฟันหลังที่มองไม่เห็น) | ประมาณ 8,000–20,000 บาท/ซี่ |
| ครอบฟันเซรามิกผสมโลหะ (PFM) | แข็งแรงสูง จากโครงโลหะด้านใน | สวยงามปานกลาง สีใกล้เคียงฟันจริง (อาจเห็นขอบโลหะเมื่อใช้งานนาน) | เหมาะกับทั้งฟันหน้าและฟันกราม | ประมาณ 10,000–25,000 บาท/ซี่ |
| ครอบฟันเซรามิกล้วน (All Ceramic / Zirconia / E-max) | แข็งแรงสูง (โดยเฉพาะ Zirconia) และทนทาน | สวยงามสูงสุด สีและความใสเหมือนฟันธรรมชาติ ปลอดโลหะ | เหมาะกับฟันหน้า และใช้ได้กับฟันกรามบางกรณี | ประมาณ 15,000–35,000 บาท/ซี่ |
หมายเหตุ: ราคาเป็นเพียงช่วงประมาณการ อาจแตกต่างกันตามคลินิก วัสดุที่เลือก ประสบการณ์ทันตแพทย์ และความซับซ้อนของสภาพฟันแต่ละบุคคล
ครอบฟันตำแหน่งไหนดี?
1. ครอบฟันกราม (ฟันหลัง)
ฟันกรามต้องเจอแรงบดเคี้ยวมากกว่าแต่ละซี่ การเลือกวัสดุที่แข็งแรงจึงสำคัญที่สุด เช่น ลักษณะของโลหะล้วน หรือ Zirconia ที่ทนต่อแรงกดได้ดี ลดโอกาสฟันแตกซ้ำ และช่วยให้ใช้งานได้นานขึ้นหลายปี
2. ครอบฟันหน้า (ฟันที่มองเห็น)
ฟันหน้าต้องเน้นความสวยงาม สีต้องกลมกลืนกับฟันข้างเคียง ดูไม่ปลอม ดังนั้นวัสดุอย่าง E-max หรือ Zirconia สีธรรมชาติ จึงเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากที่สุด เพราะให้ผลลัพธ์เนียนเหมือนฟันจริง เหมาะกับคนที่ต้องการปรับบุคลิกภาพให้มั่นใจขึ้น
ครอบฟันเจ็บไหม? ขั้นตอนการทำและการดูแลหลังการรักษา
หลายคนกังวลว่า ครอบฟันเจ็บไหม โดยทั่วไปคือไม่เจ็บ เพราะขณะทำมีการให้ยาชา และทันตแพทย์จะทำอย่างระมัดระวังในทุกขั้นตอน
ความรู้สึกระหว่างทำ
- ระหว่างกรอฟันจะรู้สึกเพียงแรงสั่น ไม่ปวด
- หลังพิมพ์ปากหรือสแกน จะไม่มีความเจ็บใด ๆ
อาการหลังยาชาหมดฤทธิ์
อาจมีเสียวหรือระคายเล็กน้อย 1-2 วัน สามารถใช้ยาแก้ปวดปกติได้ แต่หากปวดมากผิดปกติควรพบแพทย์เพื่อเช็กการสบฟัน

ขั้นตอนการทำครอบฟัน
การครอบฟันเป็นการบูรณะฟันที่เสียหายให้กลับมาแข็งแรงและใช้งานได้ใกล้เคียงธรรมชาติ โดยทันตแพทย์จะวางแผนการรักษาอย่างเป็นขั้นตอน ตั้งแต่การวินิจฉัย เตรียมฟัน ไปจนถึงการติดครอบฟันถาวร เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่พอดี แข็งแรง และใช้งานได้ในระยะยาว
1. ตรวจวินิจฉัยและกรอฟันเตรียมตอ (Tooth Preparation)
เริ่มจากการตรวจประเมินสภาพฟันอย่างละเอียด ทั้งการตรวจในช่องปากและการถ่ายภาพเอกซเรย์ เพื่อประเมินความแข็งแรงของโครงสร้างฟัน รากฟัน และกระดูกรอบฟัน
ในกรณีที่ฟันผุมากหรือผ่านการรักษารากฟัน (Root Canal Treatment) มาก่อน ทันตแพทย์จะเตรียมโครงสร้างฟันให้เหมาะสมก่อน จากนั้นจึงกรอฟันเพื่อลดขนาดและปรับรูปทรงของฟัน (Tooth Preparation) ให้เป็นฐานรองรับครอบฟันอย่างพอดี เพื่อให้ครอบฟันยึดติดได้มั่นคงและมีรูปทรงใกล้เคียงฟันธรรมชาติ
2. สแกนฟันด้วยระบบดิจิทัล (Digital Impression)
หลังเตรียมฟันเรียบร้อย จะทำการบันทึกรูปทรงฟันและโครงสร้างช่องปากด้วยการพิมพ์ปากแบบดั้งเดิม หรือการสแกนฟันด้วยระบบดิจิทัล (Digital Impression) เพื่อสร้างแบบจำลองฟันที่มีความละเอียดสูง
ข้อมูลที่ได้จะถูกนำไปออกแบบและผลิตครอบฟันในห้องปฏิบัติการทันตกรรม เพื่อให้ครอบฟันมีความพอดีกับรูปฟันและการสบฟันของแต่ละบุคคล
3. ใส่ครอบฟันชั่วคราว (Temporary Crown)
ระหว่างรอครอบฟันถาวร ทันตแพทย์จะใส่ครอบฟันชั่วคราวเพื่อปกป้องฟันที่ผ่านการกรอ ลดอาการเสียวฟัน และช่วยให้สามารถใช้งานฟันได้ตามปกติในชีวิตประจำวัน
ช่วงนี้ควรหลีกเลี่ยงอาหารแข็ง เหนียว หรือการกัดของแข็ง เพื่อลดความเสี่ยงที่ครอบฟันชั่วคราวจะหลุดหรือเสียหาย
4. ยึดครอบฟันจริง (Permanent Cementation)
เมื่อครอบฟันถาวรผลิตเสร็จ ทันตแพทย์จะทดลองใส่เพื่อตรวจสอบความพอดี สี รูปร่าง และการสบฟัน (Occlusion) ให้เหมาะสมก่อนการติดตั้งจริง
หากทุกอย่างลงตัว จะทำการยึดครอบฟันด้วยซีเมนต์ทางทันตกรรมชนิดเฉพาะ (Dental Cement) เพื่อให้ครอบฟันยึดติดแน่น แข็งแรง และสามารถใช้งานได้อย่างมั่นใจในระยะยาว
ขั้นตอนทั้งหมดนี้ช่วยให้ครอบฟันมีความแม่นยำทั้งด้านความแข็งแรง ความสวยงาม และการใช้งาน ทำให้ฟันที่ได้รับการบูรณะสามารถกลับมาทำหน้าที่ได้ใกล้เคียงฟันธรรมชาติมากที่สุด
ครอบฟัน อยู่ได้นานไหม?
โดยทั่วไปครอบฟันสามารถใช้งานได้ประมาณ 8-15 ปี หรืออาจนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งวัสดุที่เลือกใช้ การดูแลรักษาฟัน และพฤติกรรมการใช้งานของแต่ละคน
ปัจจัยที่มีผลต่ออายุการใช้งานของครอบฟัน
วัสดุที่เลือกใช้ (Material selection) และความแนบของขอบวัสดุ (Marginal fit)
เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการกำหนดทั้ง ความทนทาน, ความเสี่ยงต่อการรั่วซึม, และ โอกาสเกิดฟันผุซ้ำใต้ครอบ
Gold Crown หรือ ครอบฟันโลหะมีค่า เช่น ทอง ถือเป็นวัสดุที่มีอายุการใช้งานยาวนานที่สุด เนื่องจากสามารถทำขอบครอบได้บางเป็นพิเศษ ทำให้ได้ marginal fit ที่ดีเยี่ยม และมีคุณสมบัติการสึกกร่อนใกล้เคียงฟันธรรมชาติ จึงอ่อนโยนต่อฟันคู่สบ
Zirconia Crown หรือ ครอบฟันเซรามิกรุ่นใหม่ เป็นวัสดุทางเลือกที่ได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากทนแรงบดเคี้ยวได้ดีมาก เหมาะกับฟันหลังหรือฟันที่ต้องการความแข็งแรงเป็นพิเศษ
- ความสวยงามดีขึ้นในรุ่นใหม่ (Multilayer zirconia) โปร่งแสงและไล่ชั้นสี ทำให้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น
- ขอบครอบทำได้บางและแนบสนิท ลดโอกาสรั่วซึมและการเกิดฟันผุซ้ำ โดยเฉพาะเมื่อทำงานร่วมกับเทคโนโลยี CAD/CAM และเครื่องสแกนดิจิทัล ซึ่งช่วยเพิ่มความแม่นยำของขอบครอบฟันอย่างมาก
- การแปรงฟันและดูแลช่องปาก การแปรงฟันอย่างถูกวิธี ใช้ไหมขัดฟัน และน้ำยาบ้วนปากช่วยลดคราบแบคทีเรีย จะช่วยป้องกันฟันผุหรือเหงือกอักเสบที่อาจทำให้ครอบฟันคลอนหรือหลุดก่อนเวลาอันควร
- การนัดตรวจสุขภาพฟันสม่ำเสมอ อย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง จะช่วยให้ทันตแพทย์ตรวจพบปัญหาตั้งแต่เนิ่น ๆ เช่น ครอบฟันหลวม การสบฟันผิดปกติ หรือฟันผุใต้ครอบฟัน
- พฤติกรรมกัดฟันตอนกลางคืน เพราะแรงกัดฟันที่มากเกินไปอาจทำให้ครอบฟันแตกร้าวหรือสึกเร็ว การใส่ฟันยางขณะนอนหลับ สามารถช่วยลดแรงกดและยืดอายุการใช้งานได้
- การทานอาหารแข็งหรือเหนียว เช่น กระดูกอ่อน เมล็ดถั่ว หรือขนมเหนียว ๆ ก็อาจทำให้ครอบฟันสึกหรือหลุดเร็ว การระวังและเลือกอาหารที่ไม่รุนแรงต่อฟัน จะช่วยให้ครอบฟันใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้น
โดยรวมแล้ว หากเลือกวัสดุที่เหมาะสม ดูแลฟันอย่างสม่ำเสมอ และระวังพฤติกรรมที่เสี่ยง ครอบฟันสามารถใช้งานได้หลายปี เหมือนกับฟันจริงที่แข็งแรงและสวยงาม

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเกี่ยวกับการครอบฟัน
1. ครอบฟันเจ็บไหม และใช้เวลานานเท่าไหร่กว่าจะเสร็จ?
ตอบ : โดยทั่วไป ระหว่างทำทันตแพทย์จะใช้ยาชาเฉพาะที่ก่อนเริ่มขั้นตอน จึงช่วยลดความรู้สึกเจ็บหรือไม่สบายได้อย่างมาก อีกทั้งปัจจุบันหลายคลินิกใช้เทคโนโลยีสแกนฟันแบบดิจิทัล (Intraoral Scanning) แทนการพิมพ์ปากแบบเดิม ทำให้กระบวนการรวดเร็วและสบายมากขึ้น
สำหรับระยะเวลาในการรักษา โดยทั่วไปจะใช้ประมาณ 2 ครั้ง ห่างกันราว 1–2 สัปดาห์ เพื่อเตรียมฟันและติดครอบฟันถาวร อย่างไรก็ตาม หากใช้ระบบ Digital Workflow ตลอดกระบวนการ อาจช่วยให้การรักษาเสร็จได้เร็วกว่านั้นในบางกรณี
2. ครอบฟันเซรามิก (All-Ceramic) กับ ครอบฟันเซอร์โคเนีย (Zirconia) ต่างกันอย่างไร?
ตอบ : ครอบฟันเซรามิก (All-Ceramic) จะเน้นความสวยงามเป็นหลัก ให้สีและความใสใกล้เคียงฟันธรรมชาติ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับฟันหน้าในบริเวณที่ต้องการความเป็นธรรมชาติสูง
ส่วนครอบฟันเซอร์โคเนีย (Zirconia) มีจุดเด่นด้านความแข็งแรงและความทนทานต่อแรงบดเคี้ยว จึงเหมาะกับฟันกรามหรือฟันที่ต้องรับแรงใช้งานมาก ขณะเดียวกันก็ยังให้ความสวยงามในระดับที่ดี ทำให้สามารถเลือกใช้ได้ทั้งด้านความทนทานและความสวยงามควบคู่กัน
3. ถ้าฟันแตกแต่ไม่อยากทำครอบฟัน อุดฟันได้ไหม?
ตอบ : การบูรณะฟันมีหลายวิธี โดยทันตแพทย์จะพิจารณาจากระดับความเสียหายของเนื้อฟัน ความแข็งแรงที่ต้องการ และการใช้งานในระยะยาว ตารางต่อไปนี้ช่วยเปรียบเทียบความแตกต่างของ การอุดฟัน, อินเลย์/ออนเลย์ และการครอบฟัน เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น
| วิธีการรักษา | ระดับความเสียหายของฟัน | ความแข็งแรง | ข้อดีเด่น | ข้อจำกัด |
|---|---|---|---|---|
| การอุดฟัน (Filling) | ฟันผุหรือแตกเล็กน้อย เนื้อฟันหายไม่เกินประมาณ 30% | ความแข็งแรงปานกลาง เหมาะกับรอยผุขนาดเล็ก | ทำง่าย ใช้เวลาน้อย ค่าใช้จ่ายต่ำ | หากอุดขนาดใหญ่ ฟันอาจรับแรงบดเคี้ยวได้ไม่ดี และเสี่ยงแตกในอนาคต โดยเฉพาะฟันกราม |
| อินเลย์ / ออนเลย์ (Inlay / Onlay) | ฟันเสียหายระดับปานกลาง เนื้อฟันหายประมาณ 30–50% และยังมีผนังฟันเหลือพอ | แข็งแรงและทนแรงบดเคี้ยวได้ดีกว่าการอุดฟัน อายุการใช้งานยาวกว่า | แข็งแรงกว่าอุดฟัน สวยงามกว่า และคงทนมากขึ้น | หากเนื้อฟันเหลือน้อยเกินไป อาจไม่สามารถป้องกันการแตกได้ทั้งหมด |
| การครอบฟัน (Crown) | ฟันเสียหายมาก หรือเนื้อฟันหายเกินครึ่งซี่ | แข็งแรงสูงสุด ช่วยกระจายแรงบดเคี้ยวและปกป้องฟันทั้งซี่ | ป้องกันฟันแตกได้ดี เหมาะกับฟันแตก ฟันผุขนาดใหญ่ ฟันที่อุดซ้ำหลายครั้ง หรือฟันที่รักษารากฟันแล้ว ให้ความคุ้มค่าในระยะยาว | ค่าใช้จ่ายสูงกว่า และต้องเตรียมเนื้อฟันมากกว่าวิธีอื่น |
หากต้องการเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุด ควรให้ทันตแพทย์ประเมินสภาพฟันโดยละเอียด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แข็งแรง ปลอดภัย และเหมาะกับการใช้งานในระยะยาวที่สุด
และในกรณีที่ฟันเสียหายมากจนไม่สามารถเก็บรักษาไว้ได้ อาจต้องพิจารณาทางเลือกอื่น เช่น การทำ รากฟันเทียม เพื่อทดแทนฟันที่สูญเสียไป
4. ครอบฟันมีอายุการใช้งานกี่ปี และต้องดูแลอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด?
ตอบ : ครอบฟันโดยทั่วไปมีอายุการใช้งานประมาณ 5–10 ปี หรืออาจนานกว่านั้น หากได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม การแปรงฟันอย่างถูกวิธี ใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ และเข้ารับการตรวจสุขภาพช่องปากทุก 6 เดือน จะช่วยยืดอายุการใช้งานของครอบฟันและรักษาสุขภาพฟันโดยรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สรุป ครอบฟันคืออะไร?
ครอบฟันเป็นการรักษาที่ช่วยให้ฟันที่เสียหายกลับมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเสริมความสวยงามให้รอยยิ้มดูเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม การเลือกวัสดุให้เหมาะกับตำแหน่งของฟันและความต้องการเฉพาะบุคคลเป็นสิ่งสำคัญ หากยังไม่แน่ใจว่าวัสดุแบบใดเหมาะกับตนเอง แนะนำให้ปรึกษาทันตแพทย์เพื่อรับการตรวจประเมินอย่างละเอียด โดยทีมผู้เชี่ยวชาญของ Belix Dental พร้อมให้คำแนะนำและวางแผนการรักษาที่ตอบโจทย์ทั้งด้านความแข็งแรง ความสวยงาม และความคุ้มค่าในระยะยาว เพื่อให้มั่นใจในผลลัพธ์และรอยยิ้มที่ดีได้ในทุกวัน
👩⚕️ Expert Insight by ทพญ. นันทิยา บุญยืน
จริง ๆ แล้วเวลาทำครอบฟัน หมอไม่ได้ดูแค่วัสดุนะคะ สิ่งที่สำคัญมาก ๆ คือ “ความแนบของขอบครอบฟัน” ค่ะ ถ้าขอบไม่สนิท อาจมีการรั่วซึม แล้วฟันผุซ้ำใต้ครอบในอนาคตได้เลย
สมัยก่อนทองคำจะแนบดีที่สุด แต่ตอนนี้เรามีเทคโนโลยีดิจิทัลแล้ว ทั้งการสแกนฟันแทนการพิมพ์ปากและกระบวนการผลิตชิ้นงานด้วยระบบ CAD/CAM ช่วยให้ครอบฟันจากวัสดุเซรามิกมีขอบที่แม่นยำมาก และอยู่กับเราได้นานขึ้น จึงเป็นทางเลือกที่ดีในปัจจุบันค่ะ ✨
📣 ปรึกษาเรื่องครอบฟันกับทีมผู้เชี่ยวชาญ หากคุณกำลังมองหาการทำครอบฟันในกรุงเทพ ทีมทันตแพทย์ของ Belix Dental สาขาหลังสวน–ร่วมฤดี ใกล้ BTS เพลินจิต พร้อมให้คำปรึกษาและประเมินสภาพฟันอย่างละเอียดด้วยระบบสแกนดิจิทัล 3 มิติ เพื่อเลือกวัสดุที่เหมาะกับตำแหน่งฟัน การใช้งาน และงบประมาณของคุณอย่างแม่นยำ
✨ เพราะครอบฟันที่ดี ไม่ใช่แค่สวย แต่ต้องพอดีกับการสบฟัน และใช้งานได้ยาวนานในระยะยาว
กับทีมทันตแพทย์เฉพาะทาง
ข้อมูลทางการแพทย์ในบทความนี้ ได้รับการตรวจสอบโดย
ทพญ. พิชญา วัฒนไกร
ทันตแพทย์ด้านจัดฟัน, Invisalign Platinum Provider และผู้ก่อตั้ง Belix Dental