Skip to main content

ฟันล่างคร่อมบนในเด็ก

เขียนโดย Belixdental

ภาวะฟันล่างคร่อมบนในเด็ก เป็นปัญหาหนึ่งที่พ่อแม่ส่วนใหญ่มักไม่แน่ใจว่าควรพาลูกไปรักษาหรือไม่ บ้างก็คิดว่าสามารถหายเองได้เมื่อเติบโตขึ้น บ้างก็ไม่มองว่าเป็นปัญหาใด ๆ นอกจากเรื่องความสวยงาม แต่จริง ๆ แล้ว เด็กที่มีฟันล่างคร่อมบนนั้นมีความเสี่ยงมากกว่าที่คุณคิด เพราะมันสะท้อนถึงพัฒนาการของฟันและขากรรไกรของลูกในอนาคตได้

ครอบครัวไหนที่ยังคงลังเลว่าจะพาเด็กไปรับการรักษาฟันล่างคร่อมบนดีไหม ลองอ่านบทความนี้เพื่อให้เข้าใจความเสี่ยงต่าง ๆ ที่จะเกิดตามมาหากปล่อยให้เด็กมีภาวะฟันล่างคร่อมบนต่อไปโดยไม่รักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ

ภาวะฟันล่างคร่อมบน คืออะไร?

ฟันล่างคร่อมฟันบน (Anterior Crossbite หรือ Underbite) คือ ภาวะที่ฟันล่างยื่นมาด้านหน้าฟันบน เมื่อกัดฟันเข้าหากัน ซึ่งอาจเกิดจากตำแหน่งฟันเพียงอย่างเดียว หรือเกี่ยวข้องกับโครงสร้างขากรรไกรร่วมด้วย ซึ่งสามารถสังเกตได้ตามลักษณะต่าง ๆ ดังนี้

  • ฟันหน้าล่างคร่อมฟันหน้าบนเมื่อกัดฟัน
  • คางมีลักษณะยื่นผิดปกติ
  • ฟันสบกันไม่พอดี
  • ใบหน้าด้านข้างคล้ายเสี้ยวพระจันทร์

4 สาเหตุของฟันล่างคร่อมบนในเด็ก

ฟันล่างคร่อมฟันบนอาจเกิดได้จากหลาย ๆ ปัจจัยร่วมกัน เช่น

  1. พันธุกรรม เด็กบางคนมีโครงสร้างขากรรไกรผิดปกติตั้งแต่กำเนิด โดยถ่ายทอดมาจากพ่อแม่ เช่น ขากรรไกรแคบ ขากรรไกรล่างยื่นกว่าปกติ และเมื่อฟันขึ้นก็อาจเกิดภาวะฟันล่างคร่อมบนได้จากโครงสร้างนี้ ฟันล่างคร่อมบนที่เกิดจากพันธุกรรมมักไม่หายเองหากไม่ได้รับการรักษา
  2. พฤติกรรมในวัยเด็ก อย่างเช่น ดูดนิ้วเป็นเวลานาน ชอบดันลิ้นขณะกลืนหรือพูด หายใจทางปากเนื่องจากภูมิแพ้หรือจมูกอุดตัน พฤติกรรมเหล่านี้สามารถส่งต่อการเรียงตัวของฟันและการเจริญเติบโตของขากรรไกรได้
  3. ฟันน้ำนมหลุดก่อนเวลา หรือถูกถอนก่อนกำหนด ช่องว่างที่เกิดขึ้นอาจทำให้ฟันข้างเคียงล้มเข้าหากัน ส่งผลให้ฟันแท้ที่กำลังจะขึ้น ไม่มีพื้นที่เพียงพอและขึ้นผิดตำแหน่ง จนนำไปสู่ปัญหาฟันล่างคร่อมบนได้ในภายหลัง
  4. การเจริญเติบโตของขากรรไกรที่ไม่สมดุล ในเด็กบางคน ขากรรไกรล่างอาจเจริญเติบโตเร็วหรือมากกว่าขากรรไกรบน ทำให้การสบฟันผิดปกติ แม้ตำแหน่งฟันจะดูไม่ซับซ้อนในระยะแรก แต่หากปล่อยไว้ อาจส่งผลต่อรูปหน้า การเคี้ยว และการพูดเมื่อโตขึ้น

ภาวะฟันล่างคร่อมบนในเด็ก อันตรายแค่ไหน หากปล่อยไว้ไม่รักษาได้หรือไม่?

คำตอบคือ ไม่ควรปล่อยไว้ โดยเฉพาะในช่วงวัยเด็กที่กระดูกขากรรไกรยังอยู่ในระยะเจริญเติบโต จะยังสามารถปรับตัวและตอบสนองต่อการรักษาได้ดี แต่หากปล่อยให้ฟันล่างคร่อมบนอยู่เป็นเวลานาน อาจทำให้การสบฟันที่ผิดปกตินั้นไปกำหนดทิศทางการเจริญเติบโตของโครงสร้างใบหน้าและขากรรไกรในระยะยาวได้

ดังนั้น เมื่อพบความผิดปกติ การรีบพาเด็กเข้ารับการประเมินตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะการแก้ไขในช่วงวัยเด็กมักทำได้ง่ายกว่า ใช้เวลาน้อยกว่า และให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าการรักษาเมื่อขากรรไกรเจริญเติบโตเต็มที่ในวัยผู้ใหญ่

แม้ในระยะแรกอาจดูเป็นปัญหาเล็ก ๆ แต่หากปล่อยให้ฟันล่างคร่อมบนอยู่โดยไม่รักษา ปัญหาอาจค่อย ๆ รุนแรงขึ้นตามการเจริญเติบโตของเด็ก และนำไปสู่ผลกระทบในระยะยาว เช่น

  • ฟันสบกันผิดปกติ เคี้ยวอาหารไม่ถนัด ส่งผลให้การเคี้ยวอาหารไม่มีประสิทธิภาพ เด็กบางคนอาจเคี้ยวข้างเดียว ส่งผลให้กล้ามเนื้อกรามทำงานไม่สมดุล อาจมีอาการเมื่อยหรือปวดกรามตามมา นอกจากนี้หากเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด ก็อาจส่งผลเสียต่อระบบย่อยอาหารได้อีกด้วย
  • ฟันสึกไม่เท่ากัน เสี่ยงฟันแตกหรือปวดขากรรไกร เมื่อฟันบนและฟันล่างสบกันผิดตำแหน่ง ฟันบางซี่จะรับแรงบดเคี้ยวมากกว่าปกติ ทำให้ฟันสึกเร็ว เสี่ยงต่อการแตก ร้าว หรือเกิดอาการปวดบริเวณข้อต่อขากรรไกร (TMJ) ในระยะยาว
  • รูปหน้าและโครงหน้าผิดสมดุล ฟันล่างคร่อมบนที่เกิดจากโครงสร้างขากรรไกร อาจทำให้คางดูยื่น รูปหน้าไม่สมดุลคล้ายเสี้ยวพระจันทร์ ส่งผลต่อบุคลิกภาพและความมั่นใจของเด็กเมื่อโตขึ้น
  • ต้องรักษาด้วยวิธีที่ซับซ้อนขึ้นในอนาคต หากปล่อยไว้จนขากรรไกรเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว การแก้ไขอาจไม่สามารถทำได้ด้วยการจัดฟันอย่างเดียว บางกรณีอาจต้องรักษาด้วย การจัดฟันร่วมกับการผ่าตัดขากรรไกร ซึ่งมีความซับซ้อน ใช้เวลานาน และค่าใช้จ่ายสูงกว่าอย่างมาก

4 วิธีสังเกตุ เมื่อไหร่จึงควรพาเด็กไปรักษาฟันล่างคร่อมบน?

1. ฟันล่างคร่อมฟันบนอย่างชัดเจน จนสังเกตได้

เมื่อให้เด็กกัดฟันเข้าหากันแล้วเห็นว่าฟันล่างยื่นมาด้านหน้าฟันบน ไม่ว่าจะเป็นเพียงบางซี่หรือหลายซี่ ควรให้ทันตแพทย์ประเมินทันที เพื่อดูว่าเป็นปัญหาจากตำแหน่งฟันหรือโครงสร้างขากรรไกร

2. เด็กมีปัญหาในการเคี้ยวอาหารหรือกัดฟันไม่ถนัด

หากเด็กเคี้ยวอาหารลำบาก เคี้ยวข้างเดียว หรือบ่นเมื่อยกรามบ่อย ๆ อาจเป็นสัญญาณว่าการสบฟันผิดปกติ ซึ่งควรได้รับการตรวจเพื่อป้องกันปัญหาในระยะยาว

3. รูปหน้าเริ่มดูไม่สมดุล

ฟันล่างคร่อมบนที่เกิดจากโครงสร้างขากรรไกร อาจทำให้คางดูยื่น หรือรูปหน้าไม่สมดุลตั้งแต่อายุยังน้อย การประเมินเร็วจะช่วยควบคุมทิศทางการเจริญเติบโตของขากรรไกรได้ดีกว่า

4. เด็กอยู่ในช่วงฟันผสม (ช่วงอายุประมาณ 6-9 ปี)

ช่วงฟันผสมเป็นช่วงเวลาทองของการรักษา เพราะฟันน้ำนมและฟันแท้เริ่มอยู่ร่วมกัน ขากรรไกรยังปรับตัวได้ดี การแก้ไขในช่วงนี้มักใช้เครื่องมือที่ไม่ซับซ้อน เห็นผลเร็ว และลดโอกาสต้องรักษาหนักเมื่อโตขึ้น

วิธีแก้ไขภาวะฟันล่างคร่อมบนในเด็ก

ปัจจุบันมีวิธีการรักษาที่นิยมใช้อยู่ 2 วิธี ดังนี้

การจัดฟันในวัยเด็ก (Early Orthodontic Treatment)

คล้ายคลึงกับการจัดฟันในผู้ใหญ่ แต่เป็นการจัดฟันเพื่อวัตถุประสงค์ในการปรับตำแหน่งฟันเพื่อควบคุมทิศทางการเจริญเติบโตของขากรรไกร ซึ่งเหมาะกับเด็กที่ยังอยู่ในช่วงฟันผสม ซึ่งฟันจะเคลื่อนได้เร็วกว่าเมื่อจัดในตอนโตแล้ว

การขยายขากรรไกรบน (Palatal Expansion)

ในกรณีที่ขากรรไกรบนแคบ การขยายขากรรไกรโดยใช้เครื่องมือขยายขากรรไกรบน (Palatal Expander) เครื่องมือนี้จะใช้ใส่ไว้ที่เพดานปาก ซึ่งมีทั้งเครื่องมือขยายขากรรไกรบนแบบดั้งเดิม และครื่องมือขยายขากรรไกรบนแบบใส (Invisalign Palatal Expander) ซึ่งจะช่วยเพิ่มพื้นที่ให้ฟันบน ลดภาวะฟันล่างคร่อมบน และช่วยให้การสบฟันกลับมาใกล้เคียงปกติ

เพื่อให้เข้าใจความแตกต่างของวิธีการรักษาทั้ง 2 วิธี สามารถสรุปได้ดังตารางนี้

หัวข้อเปรียบเทียบการจัดฟันในวัยเด็ก
(Early Orthodontic Treatment)
การขยายขากรรไกรบน
(Palatal Expansion)
หลักการรักษาปรับตำแหน่งฟันและควบคุมทิศทางการเจริญเติบโตของขากรรไกรขยายขนาดขากรรไกรบนเพื่อเพิ่มพื้นที่ให้ฟัน
เหมาะกับกรณีเด็กที่มีปัญหาตำแหน่งฟันหรือแนวการเจริญเติบโตของขากรรไกรผิดปกติเด็กที่มีขากรรไกรบนแคบ ทำให้ฟันล่างคร่อมบน
วิธีการทำงานใช้เครื่องมือจัดฟันเคลื่อนฟันให้เข้าตำแหน่งที่เหมาะสมใช้เครื่องมือขยายเพดานปากเพื่อเพิ่มความกว้างของขากรรไกรบน
ลักษณะเครื่องมือคล้ายการจัดฟันในผู้ใหญ่เครื่องมือขยายเพดานปากแบบติดแน่น หรือแบบใส เช่น Invisalign Palatal Expander

ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ อย่าง เช่น อายุ สาเหตุของฟันล่างคร่อมบน และความรุนแรงของปัญหาด้วย โดยที่ Belix Dental Clinic มีทีมทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยประเมินเพื่อวางแผนรักษา ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยได้มาตรฐานสากล ผู้ปกครองจึงวางใจได้ในผลลัพธ์และความปลอดภัยของเด็ก

FAQ คำถามที่พบบ่อย เรื่องภาวะฟันล่างคร่อมบนในเด็ก

Q1: ฟันล่างคร่อมบนจะหายเองเมื่อโตขึ้นไหม?

ตอบ : บางกรณีอาจดีขึ้นได้เล็กน้อย แต่ส่วนใหญ่ไม่สามารถหายได้เอง โดยเฉพาะกรณีที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างขากรรไกร ควรให้ทันตแพทย์ประเมินเพื่อวางแผนรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่ควรปล่อยไว้จนเด็กโต

Q2: เด็กอายุเท่าไหร่ควรเริ่มรักษา?

ตอบ : โดยทั่วไปช่วงอายุประมาณ 6-9 ปี เป็นช่วงที่เหมาะสม เพราะขากรรไกรยังปรับตัวได้ดี และฟันจะเคลื่อนได้ง่ายกว่าเด็กที่โตกว่า

Q3: เครื่องมือขยายขากรรไกรบนแบบใส (Invisalign Palatal Expander) ดีกว่าแบบดั้งเดิมจริงไหม?

ตอบ : ดีกว่าเพราะเป็นอุปกรณ์ใส ใส่สบาย ดูแลง่าย ซึ่งช่วยลดความกังวลของเด็กได้มากกว่า แต่อาจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า ทั้งนี้ควรได้รับการประเมินจากทันตแพทย์ ว่าอุปกรณ์รักษาแบบใดจะเหมาะสมกับเด็กแต่ละคน 

Q4: หากไม่รักษา จะต้องผ่าตัดในอนาคตไหม?

ตอบ : ในบางกรณี หากปล่อยไว้จนขากรรไกรเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว การแก้ไขอาจไม่สามารถทำได้ด้วยการจัดฟันอย่างเดียว อาจต้องรักษาด้วยการจัดฟันร่วมกับการผ่าตัดขากรรไกร

Q5: การรักษาฟันล่างคร่อมบนเจ็บไหม?

ตอบ : ไม่เจ็บเนื่องจากไม่ได้มีการผ่าตัด แต่อาจมีอาการตึง ๆ ซึ่งมักดีขึ้นเมื่อเด็กรู้สึกคุ้นชิ้นกับอุปกรณ์แล้ว

สรุป

ฟันล่างคร่อมบนในเด็กไม่ใช่เรื่องเล็ก แม้ในระยะแรกอาจดูเป็นปัญหาเพียงเล็กน้อย แต่หากไม่ได้รับการแก้ไขด้วยวิธีการที่เหมาะสม เช่น การจัดฟันหรือการขยายขากรรไกรโดยทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อาจส่งผลกระทบต่อทั้งการเคี้ยว การพูด บุคลิกภาพ และความมั่นใจของเด็กในระยะยาว รวมถึงอาจก่อให้เกิดอาการปวดกราม ปวดข้อต่อขากรรไกร หรือส่งผลต่อการเจริญเติบโตของโครงสร้างใบหน้าได้

สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจปัญหาและพาเด็กเข้ารับการตรวจประเมินตั้งแต่ช่วงวัยที่เหมาะสม เพราะการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะช่วยลดความรุนแรงของปัญหาสุขภาพ ลดค่าใช้จ่ายในการรักษาที่ซับซ้อนในอนาคต รวมถึงช่วยลดความเสี่ยงที่เด็กอาจถูกล้อเลียนจากเพื่อน ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลต่อพัฒนาการด้านบุคลิกภาพและการเข้าสังคม

ที่ Belix Dental Clinic มีทีมทันตแพทย์ที่ให้ความสำคัญกับการตรวจประเมินโครงสร้างฟันและขากรรไกรในเด็กอย่างละเอียด พร้อมวางแผนการรักษาและติดตามพัฒนาการอย่างเหมาะสมในแต่ละช่วงวัย เพื่อช่วยให้เด็กเติบโตพร้อมสุขภาพช่องปากที่ดี มีรอยยิ้มที่มั่นใจ และพัฒนาบุคลิกภาพได้อย่างเต็มศักยภาพ

👩‍⚕️Expert Insight by ทพญ.พิชญา วัฒนไกร

ช่วงที่ฟันของเด็กยังเป็นฟันผสม เป็นช่วงที่กระดูกใบหน้าและขากรรไกรกำลังเจริญเติบโตมากที่สุด เพราะกระดูกยังมีความยืดหยุ่น เปรียบเหมือนไม้อ่อนที่ดัดง่าย หากเริ่มเติบโตผิดทิศทาง เรายังสามารถปรับแนวในการเติบโตให้ถูกต้องได้อยู่

การจัดฟันในเด็กจึงมักทำเพียงระยะสั้น เพื่อช่วยชี้นำทิศทางการเจริญเติบโตของขากรรไกร (Guide the Growth of the Jaw) ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อจัดฟันให้เสร็จเหมือนในผู้ใหญ่ แต่เป็นการจัด “โครงสร้าง” ตั้งแต่ต้น

📣หากลูกของคุณมีปัญหาฟันล่างคร่อมบน และกังวลเรื่องพัฒนาการขากรรไกร ทีมทันตแพทย์ของ Belix Dental สาขาหลังสวน–ร่วมฤดี ใกล้ BTS เพลินจิต พร้อมประเมินการเจริญเติบโตของกระดูกขากรรไกรด้วยระบบสแกนดิจิทัล และวางแผนแก้ไขตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

👉 นัดปรึกษาเพื่อประเมินแผนการรักษาเฉพาะบุคคลได้เลยวันนี้

เปิดทำการทุกวัน เวลา 10.00–20.00 น.
📍 พิกัดคลินิก : https://maps.app.goo.gl/m1LHmtfitXLkKobk8
📞โทร : 094-982-6268

ข้อมูลทางการแพทย์ในบทความนี้ ได้รับการตรวจสอบโดย

ทพญ. พิชญา วัฒนไกร
ทันตแพทย์ด้านจัดฟัน, Invisalign Platinum Provider และผู้ก่อตั้ง Belix Dental