Skip to main content

ปวดฟัน

เขียนโดย Belixdental

อาการปวดฟันถือเป็นหนึ่งในความเจ็บปวดที่รบกวนชีวิตประจำวันมากที่สุด เพราะมันเกี่ยวข้องโดยตรงกับ “การกิน” ซึ่งเป็นเรื่องที่เราต้องทำทุกวัน บางคนปวดจี๊ดทันทีที่โดนของเย็น บางคนปวดตุบ ๆ จนร้าวขึ้นศีรษะ และบางรายหนักถึงขั้นกินข้าวไม่ได้ นอนไม่หลับเลยก็มี

หลายครั้งเรามักเลือกกินยาแก้ปวดแล้วรอดูอาการก่อน เพราะคิดว่าเดี๋ยวก็คงดีขึ้นเอง แต่ในความเป็นจริงแล้ว อาการปวดฟันอาจกำลังเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพบางอย่างที่ซ่อนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาในช่องปากโดยตรง หรือแม้แต่โรคบางชนิดที่ไม่ได้เกี่ยวกับฟันเลย

หากคุณกำลังสงสัยว่าอาการปวดฟันที่เป็นอยู่นั้นเกิดจากอะไร วิธีที่ดีที่สุดคือการพบทันตแพทย์เพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียด แต่เพื่อให้คุณได้ลองสังเกตตนเองเบื้องต้น บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจลักษณะอาการปวดฟันที่พบบ่อย สาเหตุที่เป็นไปได้ รวมถึงแนวทางการรักษาหรือบรรเทาอาการปวดเบื้องต้น ระหว่างรอเข้ารับการตรวจจากทันตแพทย์

อาการปวดฟันแบบนี้  มีที่มาจากอะไร 

จริง ๆ แล้ว “ลักษณะของอาการปวด” สามารถช่วยบอกใบ้สาเหตุได้ เพราะปวดแต่ละแบบมักมีที่มาไม่เหมือนกัน หากอยากทราบว่าลักษณะอาการปวดฟันแบบนี้เกิดจากอะไร หาคำตอบเบื้องต้นได้จากตารางด้านล่างเลย

ลักษณะอาการที่มาที่อาจก่อให้เกิดอาหารปวดฟัน
ปวดจี๊ดเวลาทานของเย็น/ร้อนเสียวฟัน, เคลือบฟันสึก, ฟันผุระยะแรก
ปวดตุบ ๆ ปวดร้าวขึ้นศีรษะโพรงประสาทอักเสบ, ฟันผุลึก
ปวดเวลาเคี้ยวฟันแตก, ฟันร้าว, สบฟันผิดปกติ
ปวดหลายซี่พร้อมกัน (ฟันบน)ไซนัสอักเสบ
ปวดร่วมกับบวม มีหนองฝีฟัน, การติดเชื้อ

1. ปวดจี๊ดเวลาทานของเย็นหรือร้อน 

ถ้าคุณรู้สึกปวดจี๊ดทันทีที่ดื่มน้ำเย็น กินไอศกรีม หรือโดนลมเย็น ๆ ตอนอ้าปาก อาการนี้มักเกี่ยวข้องกับภาวะเสียวฟัน ซึ่งอาจเกิดจากเคลือบฟันสึก เหงือกร่นจนรากฟันโผล่ หรือฟันผุในระยะเริ่มต้น

2. ปวดตุบ ๆ 

ถ้าอาการปวดเริ่มเป็นจังหวะตุบ ๆ คล้ายชีพจรเต้น หรือปวดลึก ๆ จนร้าวขึ้นขมับหรือศีรษะ แบบนี้มักบ่งบอกว่าการอักเสบลุกลามลึกใกล้โพรงประสาทฟันแล้ว สาเหตุส่วนใหญ่มาจากฟันผุที่ลึกมาก หรือการติดเชื้อภายในตัวฟัน ความรู้สึกปวดจะชัดขึ้นเรื่อย ๆ และอาจปวดมากขึ้นตอนกลางคืน เพราะแรงดันเลือดในบริเวณศีรษะเพิ่มขึ้น

3. ปวดเวลาเคี้ยวหรือกัดอาหาร 

ถ้าไม่ปวดตลอดเวลา แต่จะปวดเฉพาะตอนกัดหรือเคี้ยวอาหาร อาการลักษณะนี้มักเกี่ยวข้องกับฟันแตก ฟันร้าว หรือแรงสบฟันที่ผิดปกติบางครั้งรอยร้าวเล็กมากจนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่เมื่อมีแรงกดลงไปบนฟันซี่นั้น จะกระตุ้นให้เกิดความเจ็บขึ้นทันที พอหยุดกัด อาการก็อาจหายไปชั่วคราว

4. ปวดหลายซี่พร้อมกัน โดยเฉพาะฟันบน 

ถ้ารู้สึกปวดฟันบนหลายซี่พร้อมกัน และปวดแบบกระจาย ๆ หาตำแหน่งชัดเจนไม่ได้ โดยเฉพาะถ้าปวดมากขึ้นเวลาโน้มตัวหรือก้มหน้า สาเหตุอาจไม่ได้มาจากฟันโดยตรง แต่เกี่ยวข้องกับไซนัสอักเสบเนื่องจากโพรงไซนัสอยู่ใกล้กับรากฟันบน เมื่อเกิดการอักเสบ จึงทำให้รู้สึกเหมือนปวดฟัน ทั้งที่ต้นเหตุจริงอยู่บริเวณโพรงอากาศในกระดูกใบหน้า

5. ปวดร่วมกับบวม มีหนอง หรือมีไข้ 

หากอาการปวดมาพร้อมเหงือกบวม หน้าบวม หรือมีหนอง นั่นมักเป็นสัญญาณของฝีฟันหรือการติดเชื้อในช่องปากในกรณีนี้ ความปวดเกิดจากแรงดันของหนองหรือการอักเสบที่สะสมอยู่ภายในเนื้อเยื่อรอบฟัน ซึ่งทำให้เกิดอาการปวดแบบตึง ๆ หนัก ๆ และมักชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ

ปวดฟันแบบไหนควรรีบพบแพทย์

แม้อาการปวดฟันบางครั้งอาจหายได้เอง แต่มีหลายกรณีที่ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ เพราะอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อหรือปัญหาที่ลุกลามได้ หากมีอาการเหล่านี้ ควรรีบพบทันตแพทย์โดยไม่ควรรอให้หายเอง มาดูสัญญาณเตือน 5 ข้อที่ห้ามมองข้าม

1. ปวดฟันรุนแรงต่อเนื่องหลายวัน 

หากปวดฟันติดต่อกันเกิน 2-3 วัน หรืออาการปวดรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ มักบ่งบอกว่าการอักเสบลุกลามลึกกว่าผิวฟัน เช่น ถึงชั้นเนื้อฟันหรือโพรงประสาท ซึ่งไม่สามารถหายเองได้และต้องรักษาอย่างเหมาะสม

2. ปวดร่วมกับอาการบวม มีไข้ หรือมีหนอง 

อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณของการติดเชื้อ หากปล่อยไว้ เชื้ออาจลุกลามเข้าสู่กระแสเลือดหรือเนื้อเยื่อข้างเคียง ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงขึ้นได้

3. ปวดจนรบกวนการนอนหรือการใช้ชีวิตประจำวัน 

หากปวดฟันจนกินอาหารไม่ได้ นอนไม่หลับ หรือทำกิจวัตรประจำวันลำบาก แสดงว่าปัญหาฟันนั้นมีความรุนแรงและต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน

4. ปวดฟันร่วมกับอาการชาหรือปวดร้าวไปศีรษะ ใบหน้า หรือหู 

อาการปวดร้าวหรือชา อาจเกี่ยวข้องกับเส้นประสาท ข้อต่อขากรรไกร หรือการติดเชื้อที่ลุกลาม ไม่ควรประเมินเองว่ามาจากฟันหรือไม่ ควรให้แพทย์ตรวจอย่างละเอียด

5. ปวดหลังอุบัติเหตุ หรือฟันแตกอย่างชัดเจน 

ฟันที่แตก ร้าว หรือกระแทกจากอุบัติเหตุ อาจดูเหมือนไม่ปวดในช่วงแรก แต่สามารถเกิดการอักเสบตามมาได้ภายหลัง การตรวจตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยป้องกันการสูญเสียฟันในอนาคต

เจาะลึกที่มา ปัญหาของคน “ปวดฟัน”

สาเหตุปวดฟันจากในช่องปาก

  1. ฟันผุ / ฟันแตก / ฟันร้าว ถือว่าเป็นสาเหตุยอดฮิต เพราะฟันผุเกิดจากแบคทีเรียค่อย ๆ ทำลายผิวฟันลึกลงไปทีละชั้น จากเคลือบฟันสู่เนื้อฟัน และถ้าลึกถึงโพรงประสาทเมื่อไหร่ อาการปวดจะชัดขึ้นทันที โดยเฉพาะปวดตุบ ๆ หรือปวดตอนกลางคืน ส่วนฟันแตกหรือฟันร้าว บางครั้งไม่ได้เห็นรอยชัดเจน อาจเกิดจากกัดของแข็ง อุบัติเหตุ หรือแม้แต่การนอนกัดฟันโดยไม่รู้ตัว อาการมักจะปวดเฉพาะตอนเคี้ยวหรือกัดโดนจุดนั้นพอดี
  2. เหงือกอักเสบและโรคปริทันต์ หากมีอาการเหงือกบวม แปรงฟันแล้วเลือดออกง่าย หรือมีกลิ่นปากร่วมด้วย อย่าเพิ่งมองข้าม เพราะอาจเป็นสัญญาณของเหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์
  3. ฟันคุด ฟันคุด โดยเฉพาะฟันกรามซี่ในสุด ถ้าขึ้นเอียงหรือขึ้นไม่เต็มที่ มักทำให้เกิดการอักเสบรอบ ๆ ฟัน ปวดกราม เคี้ยวลำบาก หรืออ้าปากได้ไม่สุด บางคนจะปวดเป็นพัก ๆ โดยเฉพาะเวลามีเศษอาหารติดแล้วทำความสะอาดยาก หลายกรณีจบที่การผ่าฟันคุด เพื่อไม่ให้เกิดการอักเสบซ้ำ ๆ

สาเหตุปวดฟันจากนอกช่องปาก

หลายคนเข้าใจว่าปวดฟันต้องมาจากตัวฟันเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วอาการปวดฟันก็สามารถเกิดจากโรคหรือภาวะอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นรอบ ๆ ฟัน จนส่งผลกระทบถึงฟันได้เช่นกัน

  1. ไซนัสอักเสบ ตำแหน่งของไซนัสจะอยู่บริเวณแก้มและเหนือฟันบน ซึ่งอยู่ใกล้กับรากฟันมาก เมื่อเกิดอาการอักเสบอาจทำให้รู้สึกปวดมาถึงฟันบนได้ หากมีอาการปวดฟันบนหลายซี่พร้อมกัน โดยเฉพาะเวลาก้มหน้าลง สามารถสันนิษฐานได้ว่าอาการปวดนี้เกิดจากไซนัสอักเสบ
  2. กล้ามเนื้อบดเคี้ยว หรือ ข้อต่อขากรรไกร (TMJ) ความผิดปกติของกล้ามเนื้อบดเคี้ยวหรือข้อต่อขากรรไกร ก็มีส่วนส่งผลให้มีอาการปวดฟันได้ อาจมีอาการปวดบริเวณฟันกราม ปวดหู หรือมีเสียงดังในข้อต่อขณะอ้าปากได้
  3. ปวดศีรษะไมเกรน บางครั้งอาการปวดหัวตุบ ๆ จากโรคไมเกรน อาจทำให้รู้สึกปวดร้าวลงมาถึงบริเวณฟันกรามด้วย คนจึงมักเข้าใจผิดว่าอาการปวดนี้เกิดจากปัญหาเกี่ยวกับฟัน
  4. กรดไหลย้อน โรคกรดไหลย้อนเกิดจากกรดในกระเพาะอาหารที่ไหลย้อนขึ้นมา บางครั้งอาจไหลขึ้นมาจนถึงช่องปากได้ ซึ่งกรดนี้สามารถเข้ามากัดกร่อนชั้นเคลือบฟัน ทำให้ฟันบางลงและเกิดอาการเสียวฟันหรือปวดฟันได้

4 ข้อห้ามทำ! เมื่อปวดฟัน

  1. ห้ามใช้ของแข็งแคะฟันหรือเหงือก เพราะอาจะทำให้เนื้อเยื่อบาดเจ็บ เสี่ยงที่จะติดเชื้อเพิ่ม
  2. ห้ามใช้ยาหรือสารเคมีทาลงบนฟันด้วยตนเอง บางคนเชื่อว่าสามารถใช้ยา เช่น ยาหม่อง น้ำมัน หรือสารกัดกร่อน ทาเองได้ โดยไม่ต้องพบทันตแพทย์ แต่ยาหรือสารเหล่านี้อาจส่งผลให้เยื่อบุในช่องปากไหม้และเกิดอันตรายได้
  3. ห้ามกินยาแก้ปวดเองต่อเนื่อง หากมีอาการปวดในเบื้องต้น สามารถระงับอาการด้วยยาแก้ปวดได้ แต่หากมีอาการต่อเนื่องนาน ๆ จนต้องกินยาอย่างต่อเนื่องนั้น ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ เพราะการกินยาแก้ปวดนั้นช่วยแค่ระงับความปวด แต่จะไม่ช่วยรักษาอาการได้อย่างตรงจุด จึงควรไปพบทันตแพทย์
  4. ห้ามปล่อยให้ปวดฟันจนเรื้อรัง อาการปวดฟันมักจะไม่หายไปเอง หากปล่อยทิ้งไว้ไม่ไปพบทันตแพทย์ อาการจะยิ่งหนักขึ้น ต้องรักษาโดยวิธีการที่ซับซ้อนและเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้นโดยใช่เหตุ

วิธีรักษาอาการปวดฟัน

การรักษาอาการปวดฟันนั้นไม่ใช่แค่กินยาแก้ปวดแล้วจะสามารถหายได้ อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่ามีหลากหลายสาเหตุ ดังนั้น ทันตแพทย์จะใช้วิธีใดในการรักษานั้นขึ้นอยู่กับ “สาเหตุของอาการปวดฟัน” ว่าเกิดจากอะไร โดยมักจะมีแนวทางต่อไปนี้

อุดฟัน

เหมาะกับอาการปวดฟันที่มีสาเหตุจากฟันผุ หากยังผุไม่ลึก การอุดฟันนั้นจะช่วยหยุดการลุกลามของแบคทีเรีย ลดอาการเสียวฟันหรือปวดฟัน และคงสภาพฟันให้สมบูรณ์

รักษารากฟัน

ในกรณีปวดฟันรุนแรง หรือปวดตุบ ๆ ต่อเนื่อง ที่เกิดจากเส้นประสาทฟันอักเสบ การรักษารากฟันจะช่วยฆ่าเชื้อและบรรเทาอาการปวดได้

ถอนฟัน

กรณีปวดฟันที่มีสาเหตุจากฟันผุลึกมาก หรือฟันแตก ซึ่งก่อให้เกิดการอักเสบ การถอนฟันอาจเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุดเพื่อไม่ให้เชื้อลุกลาม

การรักษาเฉพาะโรค

มีบางโรคที่ส่งผลให้เกิดอาการปวดฟันได้ เช่น ฟันคุด เหงือกอักเสบ ฟันโยก หรือการสบฟันผิดปกติ เป็นต้น ทันตแพทย์อาจพิจารณารักษาด้วยวิธีที่แตกต่างกันไปตามโรคนั้น ๆ เช่น ผ่าฟันคุดออก ขูดหินปูน รักษาเหงือก หรือใส่อุปกรณ์ปรับการสบฟัน เป็นต้น เพื่อให้รักษาได้ตรงจุด

ส่งต่อให้แพทย์เฉพาะทางรักษา

ในกรณีที่อาการปวดฟันเกิดจากสาเหตุนอกช่องปาก เช่น ไซนัสอักเสบ ไมเกรน หรือข้อต่อขากรรไกรผิดปกติ (TMJ) ทันตแพทย์อาจพิจารณาส่งต่อให้แพทย์เฉพาะทางต่าง ๆ เพื่อทำการรักษาอย่างเหมาะสม

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการปวดฟัน

Q1: ปวดฟันแล้วกินยาแก้ปวดอย่างเดียวพอไหม?

ตอบ : ยาแก้ปวดช่วยบรรเทาอาการได้ชั่วคราว ทำให้รู้สึกสบายขึ้น แต่ไม่ได้แก้ที่สาเหตุของการปวด ถ้าเป็นอาการเล็กน้อย เช่น เสียวฟันเป็นบางครั้ง อาจลองสังเกตอาการก่อนได้ แต่ถ้าปวดต่อเนื่องหลายวัน หรือปวดแรงขึ้นเรื่อย ๆ ควรให้ทันตแพทย์ตรวจประเมิน เพื่อหาต้นเหตุและรักษา 

Q2: ปวดจี๊ดเวลาโดนของเย็น อันตรายไหม?

ตอบ : อาการปวดจี๊ดเวลาโดนของเย็นมักเกี่ยวข้องกับอาการเสียวฟัน ซึ่งพบได้บ่อย และโดยทั่วไปไม่ได้รุนแรงทันที  แต่ถ้าเริ่มปวดบ่อยขึ้น ปวดนานขึ้น หรือปวดแม้ไม่ได้สัมผัสของเย็น แบบนี้ควรให้ทันตแพทย์ตรวจเพิ่มเติม เพราะอาจมีฟันผุระยะเริ่มต้น หรือเคลือบฟันสึกได้ 

Q3: ปวดฟันตอนกลางคืนเกิดจากอะไร?

ตอบ : อาการปวดที่ชัดเจนขึ้นตอนกลางคืน มักสัมพันธ์กับการอักเสบลึกภายในฟัน เช่น บริเวณโพรงประสาทฟัน  เวลานอนราบ เลือดจะไหลเวียนมาบริเวณศีรษะมากขึ้น ทำให้ความรู้สึกปวดเด่นชัดกว่าเดิม ถ้าปวดจนรบกวนการนอน ควรให้ทันตแพทย์ตรวจเพื่อหาสาเหตุ จะได้ไม่ต้องทนปวด 

Q4: ปวดหลายซี่พร้อมกัน ใช่ฟันผุไหม?

ตอบ : ไม่จำเป็นเสมอไป โดยถ้าปวดหลายซี่พร้อมกัน โดยเฉพาะฟันบน และปวดมากเวลาโน้มตัว อาจเกี่ยวข้องกับไซนัสอักเสบได้เช่นกัน เพราะตำแหน่งของรากฟันบนอยู่ใกล้โพรงไซนัส ทันตแพทย์จะช่วยประเมินและแยกสาเหตุได้ว่าเป็นปัญหาที่ตัวฟัน หรือมีปัจจัยอื่นเกี่ยวข้อง

Q5: ฝีฟันหายเองได้ไหม?

ตอบ : โดยทั่วไป ฝีฟันเกิดจากการติดเชื้อสะสม จึงมักไม่หายเองอย่างถาวร แม้อาการปวดจะลดลงชั่วคราวก็ตาม  การตรวจและรักษาอย่างเหมาะสมจะช่วยควบคุมการอักเสบ และลดโอกาสการลุกลามของการติดเชื้อ

Q6: ปวดฟันจากกรดไหลย้อนรักษาอย่างไร?

ตอบ : ต้องรักษาทั้งระบบทางเดินอาหารควบคู่กับการดูแลฟัน เช่น เคลือบฟัน ลดการกัดกร่อน และปรับพฤติกรรมการกิน

Q7: ปวดฟันแบบไหนควรรีบพบทันตแพทย์?

ตอบ : สำหรับอาการที่ควรรีบพบทันต์แพทย์เพราะอาจก่อให้เกิดความรุนแรงขึ้นได้ คือ 

  • ปวดต่อเนื่องหลายวัน หรือปวดรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
  • มีอาการบวมที่เหงือกหรือใบหน้า หรือมีหนอง
  • มีไข้ร่วมด้วย
  • ปวดจนรับประทานอาหารไม่ได้ หรือนอนไม่หลับ
     

สรุป 

อาการปวดฟันไม่ใช่เรื่องเล็กที่สามารถรับประทานยาแล้วปล่อยให้หายเองได้ เพราะแม้อาการเพียงเล็กน้อยก็อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของปัญหาที่รุนแรงขึ้น ทั้งในช่องปากและสุขภาพโดยรวม การสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดและเข้ารับการตรวจจากทันตแพทย์ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะช่วยให้สามารถวินิจฉัยสาเหตุได้อย่างถูกต้อง วางแผนการรักษาได้ตรงจุด ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และช่วยให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจ

ที่ Belix Dental Clinic ให้ความสำคัญกับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดโดยทีมทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเทคโนโลยีทางทันตกรรมที่ทันสมัย เพื่อค้นหาสาเหตุของอาการปวดฟันอย่างแม่นยำ และวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล ช่วยดูแลสุขภาพช่องปากอย่างครบถ้วนตั้งแต่การป้องกันจนถึงการรักษาในระยะยาว

👩‍⚕️Expert Insight by ทพญ.พิชญา วัฒนไกร

รู้หรือไม่ว่าบางครั้งปวดฟันก็ไม่ได้เกิดจากฟันเสมอไป ไซนัสอักเสบก็สามารถทำให้เกิดอาการปวดฟันได้ เพราะโพรงไซนัสอยู่ใกล้กับรากฟันบนมาก เมื่อไซนัสเกิดการอักเสบ จึงอาจทำให้รู้สึกเหมือนปวดฟันขึ้นมาได้

ถ้ามีอาการปวดฟันบน แต่ตรวจดูแล้วไม่พบปัญหาที่ตัวฟัน แนะนำให้ไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจประเมินอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อแยกให้ชัดว่าอาการปวดนั้นเกิดจากฟันหรือมาจากไซนัส จะได้วางแผนการรักษาได้ถูกต้อง และช่วยหลีกเลี่ยงการถอนฟันโดยไม่จำเป็นได้

📣หากคุณมีอาการปวดฟัน หรือปวดรุนแรงจนกระทบการใช้ชีวิตประจำวัน ทีมทันตแพทย์ของ Belix Dental สาขาหลังสวน–ร่วมฤดี ใกล้ BTS เพลินจิต พร้อมตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุอย่างละเอียดด้วยระบบ Digital X-ray และวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลเพื่อบรรเทาอาการได้อย่างตรงจุด


เริ่มต้นดูแลรอยยิ้มของคุณ
กับทีมทันตแพทย์เฉพาะทาง
เปิดทำการทุกวัน เวลา 10.00–20.00 น.
📍 Belix Dental (หลังสวน-ร่วมฤดี) | ใกล้ BTS เพลินจิต

ข้อมูลทางการแพทย์ในบทความนี้ ได้รับการตรวจสอบโดย

ทพญ. พิชญา วัฒนไกร
ทันตแพทย์ด้านจัดฟัน, Invisalign Platinum Provider และผู้ก่อตั้ง Belix Dental