Skip to main content

X-ray ฟัน

เขียนโดย Belixdental

ฟันที่ดูเหมือนจะปกติดี บางครั้งก็อาจมีปัญหาที่ซ่อนอยู่ภายใน ไม่ว่าจะเป็นภายในฟัน เหงือก และกระดูกขากรรไกร ซึ่งไม่สามารถตรวจพบได้จากการดูด้วยตาเพียงอย่างเดียว การเอกซเรย์ฟันเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้ทันตแพทย์สามารถรักษาได้อย่างตรงจุดมากขึ้น

แต่ก็ยังมีหลาย ๆ คนที่ยังกลัวการเอกซเรย์อยู่บ้าง อาจจะกลัวรังสี หรืออาจคิดว่าไม่ใช่เรื่องจำเป็นต้องทำ เพราะดูด้วยตาเปล่าก็เหมือนฟันปกติดี บทความนี้จึงจะชวนรู้จักการเอกซเรย์ฟันให้มากขึ้น ว่าทำงานอย่างไร มีแบบใดบ้าง ประโยชน์ของการเอกซเรย์ฟันคืออะไร ปลอดภัยจริงหรือไม่ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง และได้รับการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

เอกซเรย์ฟัน คืออะไร

การเอกซเรย์ฟัน (Dental X-ray) คือ การใช้รังสีในปริมาณต่ำ เพื่อถ่ายภาพโครงสร้างภายในช่องปาก เช่น ฟัน รากฟัน กระดูกขากรรไกร และเนื้อเยื่อรอบ ๆ ภาพที่ได้จะช่วยให้ทันตแพทย์วินิจฉัยและวางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำ

ปัจจุบันคลินิกทันตกรรมส่วนใหญ่จะใช้เครื่องเอกซเรย์แบบดิจิทัล (Digital X-ray) ซึ่งให้ปริมาณรังสีน้อยกว่าระบบเดิมมาก และให้ภาพที่คมชัด ตรวจสอบได้ทันที โดยปกติจะมีวิธีการเอกซเรย์อยู่หลายแบบ เพื่อให้เหมาะสมกับการวิเคราะห์แบบต่าง ๆ ได้แก่

1. เอกซเรย์ฟันเฉพาะซี่ (Periapical / Bitewing)

เป็นการถ่ายภาพฟันทีละซี่ เพื่อใช้ดูฟันและรากฟันแบบละเอียด เหมาะสำหรับ ตรวจฟันผุ ตรวจปลายรากฟัน และประเมินการรักษารากฟัน

2. เอกซเรย์ทั้งปาก (Panoramic)

แสดงภาพฟันและขากรรไกรทั้งปากในภาพเดียว เหมาะสำหรับตรวจฟันคัดกรอง ดูฟันคุด ดูแนวกระดูกขากรรไกรและวางแผนจัดฟันหรือผ่าตัด

3. เอกซเรย์ 3 มิติ (CBCT) 

ให้ภาพโครงสร้างแบบสามมิติ เหมาะกับเคสซับซ้อน เช่น วางแผนใส่รากฟันเทียม ประเมินกระดูกก่อนผ่าตัด ตรวจความสัมพันธ์กับเส้นประสาท เป็นต้น

ความแตกต่างของ Digital X-ray กับ เอกซเรย์ 3 มิติ (CBCT)

ทั้ง 2 วิธีมีความแตกต่างกัน ดังสรุปในตารางด้านล่างนี้

หัวข้อ Digital X-ray เอกซเรย์ 3 มิติ (CBCT)
ลักษณะภาพ ภาพ 2 มิติ (2D) ภาพ 3 มิติ (3D) เห็นโครงสร้างรอบด้าน
รายละเอียดที่เห็น เห็นฟัน ผิวฟัน รากฟัน กระดูกพื้นฐาน เห็นโครงสร้างละเอียด เช่น รากฟัน เส้นประสาท กระดูกขากรรไกร
ความแม่นยำในการวิเคราะห์ ระดับพื้นฐาน แม่นยำสูง เห็นลึกและซับซ้อนกว่า
เหมาะกับกรณี ตรวจฟันผุ ตรวจสุขภาพฟันทั่วไป ตรวจรากฟันเบื้องต้น วางแผนรากฟันเทียม ฟันคุดซับซ้อน ผ่าตัด วางแผนจัดฟัน ตรวจพยาธิสภาพเชิงลึก
ระยะเวลาในการถ่าย รวดเร็วมาก ไม่กี่นาที ใช้เวลามากกว่าเล็กน้อย
ปริมาณรังสี ต่ำ สูงกว่า Digital X-ray แต่ยังอยู่ในระดับปลอดภัย
ความจำเป็นในการใช้ ตรวจทั่วไปเป็นหลัก ใช้เมื่อจำเป็นต้องเห็นรายละเอียดเชิงลึก
ราคาโดยประมาณ ประมาณ 200–1,000 บาท/ครั้ง ประมาณ 3,000–8,000 บาท/ครั้ง ขึ้นกับขนาดพื้นที่ตรวจ

ที่ Belix Dental Clinic มีบริการทั้ง Digital X-ray และ CBCT โดยทันตแพทย์จะเลือกวิธีตรวจให้เหมาะกับความต้องการในการวิเคราะห์และวางแผนการรักษาของแต่ละเคส เพื่อความแม่นยำและปลอดภัยสูงสุด

การเอกซเรย์ปลอดภัยหรือไม่?

รังสีเอกซเรย์ที่ใช้ในปัจจุบันมีความปลอดภัยสูง เนื่องจากการเอกซเรย์ฟัน 1 ครั้ง ร่างกายเราได้รับรังสีต่ำกว่ารังสีที่ได้รับจากสิ่งแวดล้อมในชีวิตประจำวันหลายเท่า และขณะที่เอกซเรย์นั้นจะมีการใช้อุปกรณ์ป้องกัน เช่น เสื้อกั้นรังสี เพื่อความปลอยภัยสูงสุด 

อย่างไรก็ตาม ทันตแพทย์จะไม่ได้พิจารณาให้ทำการเอกซเรย์เมื่อไม่มีความจำเป็น เพื่อหลีกเลี่ยงการเอกซเรย์บ่อยเกินไป

แล้วเอกซเรย์ฟันบ่อยแค่ไหนจึงจะดี?

การเอกซเรย์ฟันไม่มีจำนวนครั้งที่ตายตัวสำหรับทุกคน เพราะความจำเป็นในการถ่ายขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยเฉพาะบุคคล ไม่ใช่ตามกำหนดเวลาแบบเดียวกันทั้งหมด ซึ่งสำหรับผู้ใหญ่ที่สุขภาพฟันแข็งแรงดี ไม่ได้มีปัญหาอะไร American Dental Association (ADA) (Link: https://www.mouthhealthy.org/all-topics-a-z/x-rays พยายามหาลิงก์ที่เป็นของเว็บไซต์ ADA ทางการมา ไม่แน่ใจว่าใช้ได้ไหมนะคะ) แนะนำให้ ไปตรวจเอกซเรย์ฟันทุก ๆ 1-2 ปีก็เพียงพอแล้ว แต่สำหรับคนที่มีปัญหาสุขภาพช่องปากหรือปัจจัยอื่น ๆ ทันตแพทย์มักพิจารณาดังนี้

  1. อายุ เด็กและวัยรุ่นอยู่ในช่วงฟันและขากรรไกรกำลังพัฒนา อาจต้องทำการเอกซเรย์ฟันเพื่อติดตามการขึ้นของฟันหรือความผิดปกติบางอย่าง ขณะที่ผู้ใหญ่ที่ฟันคงที่แล้วอาจไม่จำเป็นต้องเอกซเรย์บ่อย หากไม่มีปัญหา
  2. สุขภาพช่องปากโดยรวม ผู้ที่มีสุขภาพฟันและเหงือกแข็งแรง ไม่มีประวัติฟันผุบ่อย อาจไม่จำเป็นต้องเอกซเรย์ฟันบ่อยเท่ากับผู้ที่มีปัญหาฟันหรือเหงือกเรื้อรัง
  3. ความเสี่ยงฟันผุ ฟันผุง่ายหรือเคยมีฟันผุหลายซี่ จัดฟัน หรือมีอุปกรณ์ในช่องปาก จะมีความเสี่ยงสูงกว่า ทันตแพทย์อาจแนะนำให้เอกซเรย์ฟันถี่ขึ้น เพื่อเฝ้าระวังปัญหาที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
  4. แผนการรักษา หากอยู่ระหว่างการรักษา เช่น รักษารากฟัน ผ่าฟันคุด ใส่รากฟันเทียม หรือจัดฟัน การเอกซเรย์ฟันจะช่วยในการติดตามผลและเพิ่มความปลอดภัยในการรักษาได้

การเอกซเรย์ฟันจำเป็นเมื่อไหร่?

ในหลายกรณีการเอกซเรย์ฟันถือว่าจำเป็น เพราะปัญหาทางทันตกรรมจำนวนมากเริ่มต้นจากภายใน โดยที่คนไข้ยังไม่รู้สึกปวดหรือเห็นความผิดปกติ เช่น ฟันผุระหว่างซี่ฟัน การอักเสบที่ปลายรากฟัน กระดูกขากรรไกรยุบ ฟันคุดหรือฟันที่ยังไม่ขึ้น รอยร้าวของฟันจากการกระแทก หากไม่มีการเอกซเรย์ ปัญหาเหล่านี้อาจถูกมองข้าม และเมื่อแสดงอาการชัดเจนแล้ว มักต้องรักษาด้วยวิธีที่ซับซ้อนกว่าเดิม

ดังนั้นการได้เห็นสภาพด้านในปากก่อนที่อาการที่รุนแรงจะแสดงออกมา นั้นช่วยได้อย่างมากในการรักษาให้ได้ผลดีมากขึ้น การเอกซเรย์มักทำตามความจำเป็นของแต่ละบุคคล โดยทันตแพทย์มักแนะนำให้ทำการเอกซเรย์ฟันด้วยกรณีต่าง ๆ เช่น

  • ตรวจฟันครั้งแรกหรือกลับมาตรวจหลังเว้นช่วงนาน
  • เมื่อคนไข้มีอาการปวดฟัน แต่ไม่พบสาเหตุจากการตรวจภายนอก
  • สงสัยว่าคนไข้มีฟันผุ ฟันร้าว หรือฟันตาย
  • เพื่อวางแผนรักษารากฟัน
  • เพื่อประเมินตำแหน่งฟันคุด
  • เตรียมใส่รากฟันเทียม จัดฟัน หรือผ่าตัดช่องปาก
  • เอกซเรย์ฟันเพื่อติดตามผลหลังการรักษา

ข้อดีของการเอกซเรย์ฟันคืออะไร?

นอกจากความจำเป็นในการเอกซเรย์ฟันแล้ว การเอกซเรย์ฟันยังมีข้อดีอีกหลายประกาย ต่อไปนี้

  1. ช่วยให้ตรวจพบปัญหาได้ตั้งแต่ระยะแรก หลายปัญหาทางทันตกรรม เช่น ฟันผุระหว่างซี่ หรือการอักเสบที่ปลายรากฟัน มักไม่แสดงอาการในช่วงแรก การเอกซเรย์ดูจะช่วยให้พบปัญหาได้ก่อนที่จะรุนแรง
  2. ช่วยลดความเสี่ยงการรักษาที่ซับซ้อนในอนาคต เมื่อพบปัญหาเร็ว การรักษาจะง่าย เจ็บน้อย และใช้เวลาน้อยกว่าการปล่อยให้ลุกลาม
  3. ช่วยให้วางแผนการรักษาได้แม่นยำ ภาพเอกซเรย์จะช่วยให้ทันตแพทย์เห็นโครงสร้างภายในช่องปากอย่างชัดเจน ทำให้เลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนได้ดียิ่งขึ้น
  4. ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการทำหัตถการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการผ่าฟันคุด รักษารากฟัน หรือใส่รากฟันเทียม การมีข้อมูลจากการเอกซเรย์จะช่วยลดความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนระหว่างการรักษา

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเอกซเรย์ฟัน

1. ไม่มีอาการปวดฟัน จำเป็นต้องเอกซเรย์ฟันไหม?

ตอบ : อาจจะจำเป็นในบางกรณี เช่น ฟันผุระหว่างซี่ หรือปลายรากอักเสบ อาจยังไม่แสดงอาการปวดในระยะต้น การเอกซเรย์ฟันจะช่วยให้ตรวจพบได้ก่อนมีอาการ ทำให้การรักษาได้ผลดียิ่งขึ้น

2. สภาพฟันดูปกติดีทุกอย่าง แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าต้องเอกซเรย์ฟัน?

ตอบ : ควรเริ่มจากการไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำทุก 6 เดือน เพื่อให้ทันตแพทย์ตรวจประเมินและคอยแนะนำว่าเมื่อไหร่จึงควรจะต้องมีการเอกซเรย์ฟัน

3. เอกซเรย์บ่อย ๆ จะเป็นการสะสมรังสีหรือไม่?

ตอบ : ในการเอกซเรย์แต่ละครั้งนั้นปล่อยรังสีในปริมาณที่ต่ำมาก และทันตแพทย์จะถ่ายเท่าที่จำเป็น จึงไม่เพียงพอที่จะก่อให้เกิดอันตรายจากการสะสมรังสี

4. เด็กเล็กและคนท้อง เอกซเรย์ฟันได้ไหม?

ตอบ : เด็กสามารถเอกซเรย์ฟันได้ หากมีข้อบ่งชี้ทางการรักษา เช่น ตรวจฟันขึ้นผิดตำแหน่ง ฟันคุดในวัยรุ่น หรือฟันผุลึกที่มองไม่เห็นจากภายนอก โดยทันตแพทย์จะเลือกใช้ปริมาณรังสีที่เหมาะสมกับวัย และถ่ายเฉพาะเท่าที่จำเป็น

แต่สำหรับหญิงตั้งครรภ์ ควรหลีกเลี่ยงการเอกซเรย์ฟันโดยเฉพาะไตรมาสแรก เว้นแต่มีความจำเป็นเร่งด่วน เช่น ปวดฟันรุนแรงหรือการติดเชื้อ ในกรณีที่จำเป็นต้องเอกซเรย์ จะมีการใช้อุปกรณ์ป้องกันรังสีอย่างรัดกุม เช่น เสื้อกั้นรังสี เพื่อความปลอดภัยสูงสุดทั้งแม่และทารก

5. ก่อนจัดฟัน จำเป็นต้องเอกซเรย์ฟันไหม?

ตอบ : จำเป็น เพื่อดูตำแหน่งฟัน กระดูก และวางแผนการรักษาอย่างปลอดภัย

6. ก่อนเอกซเรย์ฟัน ควรเตรียมตัวอย่างไร?

ตอบ : โดยทั่วไปไม่ต้องเตรียมตัวเป็นพิเศษ เพียงถอดเครื่องประดับโลหะบริเวณศีรษะและใบหน้า ทั้งนี้ทันตแพทย์หรือเจ้าหน้าที่จะแจ้งและดูแลความปลอดภัยให้แน่ใจก่อนทำการเอกซเรย์อยู่แล้ว

สรุป

การเอกซเรย์ฟันเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ทันตแพทย์มองเห็นสิ่งที่ตาเปล่ามองไม่เห็น โดยทันตแพทย์จะพิจารณาใช้อย่างเหมาะสมและเฉพาะเมื่อจำเป็น จึงมีความปลอดภัยสูง และช่วยให้การวินิจฉัยรวมถึงการรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น ที่ Belix Dental Clinic เราให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด ด้วยเทคโนโลยีเอกซเรย์ที่ทันสมัยและได้มาตรฐานสากล พร้อมทีมทันตแพทย์ที่ดูแลอย่างใกล้ชิดทุกขั้นตอน

ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลกับการเอกซเรย์ฟัน เพราะนอกจากจะช่วยให้การรักษาแม่นยำและมีประสิทธิภาพแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญที่ช่วยป้องกันและแก้ไขปัญหาสุขภาพช่องปากได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อให้คุณมีสุขภาพฟันที่แข็งแรง

👩‍⚕️Expert Insight by ทพญ.พิชญา วัฒนไกร

การเอกซเรย์ทางทันตกรรม เป็นการถ่ายภาพโครงสร้างฟันและกระดูกขากรรไกร เพื่อช่วยให้ทันตแพทย์เห็นรายละเอียดที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เนื่องจากฟันมีความหนาแน่นไม่มาก จึงใช้ปริมาณรังสีในระดับต่ำกว่าการเอกซเรย์อวัยวะอื่น ๆ ในโรงพยาบาล ซึ่งปริมาณรังสีที่ได้รับมีน้อยมาก ใกล้เคียงกับการได้รับรังสีตามธรรมชาติจากการเดินอยู่กลางแดดเพียงไม่กี่นาที จึงถือว่าอยู่ในระดับที่ปลอดภัยทั้งสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ และเป็นขั้นตอนที่อยู่ภายใต้มาตรฐานทางการแพทย์ที่สามารถควบคุมได้อย่างเหมาะสม ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องกังวลเลย

📣หากคุณต้องการตรวจ X-ray ฟัน เพื่อวินิจฉัยปัญหาที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าในกรุงเทพ ทีมทันตแพทย์ของ Belix Dental สาขาหลังสวน–ร่วมฤดี ใกล้ BTS เพลินจิต พร้อมให้บริการด้วยระบบ Digital X-ray ที่ให้ภาพคมชัด เพื่อหาทางออกปัญหาฟัน และช่องปากให้กับคุณ


เริ่มต้นดูแลรอยยิ้มของคุณ
กับทีมทันตแพทย์เฉพาะทาง
เปิดทำการทุกวัน เวลา 10.00–20.00 น.
📍 Belix Dental (หลังสวน-ร่วมฤดี) | ใกล้ BTS เพลินจิต

ข้อมูลทางการแพทย์ในบทความนี้ ได้รับการตรวจสอบโดย

ทพญ. พิชญา วัฒนไกร
ทันตแพทย์ด้านจัดฟัน, Invisalign Platinum Provider และผู้ก่อตั้ง Belix Dental